ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

โรงพยาบาลราชวิถีประสบความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด แบบต่อหลายเส้นเป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ยกระดับการรักษาโรคหัวใจและทรวงอกด้วยการบรรลุความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Internal Mammary Artery Harvest with Total Coronary Revascularization via Anterior Thoracotomy : Robotic IMA Harvest + TCRAT) แบบต่อหลอดเลือดหลายเส้น (Multivessel) เป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข ช่วยผู้ป่วยลดความเจ็บปวดจากการผ่าตัด ฟื้นตัวไว และลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถี ถือเป็นหน่วยงานหลักในสังกัดกรมการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในกระทรวงสาธารณสุขที่นำร่องด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ปัจจุบันการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นำมาใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคที่ต้องอาศัยการผ่าตัดที่ซับซ้อนในหลายระบบ เช่น โรคระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก, โรคระบบโสต ศอ นาสิก ได้แก่ โรคของต่อมทอลซิล และมะเร็งที่โคนลิ้น, โรคระบบศัลยศาสตร์ ได้แก่ โรคมะเร็งตับ และลำไส้ใหญ่, โรคระบบนรีเวช ได้แก่ เนื้องอกมดลูก ตลอดจน โรคระบบหัวใจและทรวงอก โดยปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถีได้ดำเนินการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ไปแล้วกว่า 1,600 ราย ความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแบบต่อหลายเส้นในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก “โครงการผ่าตัดหัวใจและทรวงอกด้วยหุ่นยนต์ของโรงพยาบาลราชวิถี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญของทีมบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตอบสนองต่อนโยบาย "ยกระดับภารกิจการให้บริการทางการแพทย์สู่ Super-Tertiary Services Excellence" ของกรมการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้ในการรักษา นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าอกแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลยาวถึง 20-25 เซนติเมตร การผ่าตัดแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะช่วยลดขนาดแผลลงเหลือเพียง 4–5 เซนติเมตร เท่านั้น ที่สำคัญคือ ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถทำการต่อหลอดเลือดหัวใจได้หลายเส้นผ่านแผลขนาดเล็ก โดยไม่ต้องผ่าเปิดกระดูกหน้าอก จึงช่วยลดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน และลดอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดได้อย่างมาก อีกทั้งยังรองรับการต่อหลอดเลือดได้ครอบคลุมตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละรายโดยไม่มีข้อจำกัดด้านจำนวนเส้น ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินการผ่าตัดสำเร็จสูงสุดถึง 4 เส้น การผ่าตัดในรูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สามารถกลับบ้านได้เร็วที่สุดภายใน 3 วันหลังการผ่าตัด และเฉลี่ยใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 4 ถึง 5 วันเท่านั้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาพักฟื้น 5-7 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความแข็งแรงของผู้ป่วยแต่ละราย) ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานและดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายแพทย์วิพุธ กอจรัญจิตต์ และ นายแพทย์กษิศักย์ เหลืองปฐมอร่าม ศัลยแพทย์โรคหัวใจและทรวงอกโรงพยาบาล ราชวิถี กล่าวต่อว่า ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูงของทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก ร่วมกับทีมแพทย์ สหสาขาวิชาชีพ และทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายและการบริหารจัดการเป็นอย่างดีจาก นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และ นายแพทย์วิทวัส พิบูลย์ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมทรวงอก ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ให้ได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความปลอดภัยและทัดเทียมมาตรฐานสากล นอกจากนี้ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี นับเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จในการช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาขั้นสูง โดยได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อลดข้อจำกัดทางด้านค่าใช้จ่ายและช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและมีความปลอดภัยสูงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์ความรู้ นำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างยั่งยืน ************************************* #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน #MakeDMSExcellentAgain #ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด | ขอขอบคุณ | 30 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ โดย รพ.มหาวชิราลงกรณธัญบุรี จัดประชุมวิชาการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4  ครั้งที่ 8 ชูแนวคิด Value-based Excellence มุ่งจัดการความปวดและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างครบวงจร

โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ ผนึกกำลังคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4 ครั้งที่ 8 เนื่องในวัน World Hospice and Palliative Care Day 2026 ภายใต้หัวข้อ “การจัดการความปวด: องค์ประกอบสำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง” (Pain Management: An Essential Part of Palliative Care) มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการทางการแพทย์เฉพาะทางและเชื่อมโยงการดูแลจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนอย่างไร้รอยต่อ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Make DMS Excellent Again” และค่านิยม “Value-based Excellence” เพื่อเป็นกรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน โดยเน้นการน้อมนำแนวพระราชดำริมาพัฒนางานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศระดับตติยภูมิขั้นสูง (Super-Tertiary Services Excellence) ซึ่งโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี นับเป็นหน่วยบริการเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง ระดับตติยภูมิ ที่เป็นกำลังหลักของกรมการแพทย์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 มีศักยภาพสูงในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรองค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก การตรวจรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ การรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ที่ได้มาตรฐานสากล อาทิ การฉายรังสีและการใส่แร่อัตราปริมาณรังสีสูงแบบ 3 มิติ (3D Brachytherapy) การให้ยาเคมีบำบัดด้วยระบบหุ่นยนต์ผสมยาอัตโนมัติ (Robotic Cytotoxic IV Preparation) ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบองค์รวมผ่าน “หออภิบาลคุณภาพชีวิต” และการเชื่อมโยงระบบการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน รวมทั้งเป็นต้นแบบที่สำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง (Palliative Care) ทั้งนี้ การจัดงานเนื่องในวัน World Hospice and Palliative Care Day จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรครุนแรงได้รับการดูแลอย่างมีคุณค่า ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งระดับตติยภูมิ สังกัดกรมการแพทย์ รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยมะเร็งในเขตสุขภาพที่ 4 ครอบคลุม 8 จังหวัด โดยให้บริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร การจัดประชุมวิชาการร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะของบุคลากรในการจัดการอาการปวด การสื่อสาร และการวางแผนการดูแลล่วงหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยบูรณาการความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพในการเชื่อมโยงบริการระหว่างสถานพยาบาลกับชุมชนให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจ มีเมตตา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมวิชาการการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4 ครั้งที่ 8 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2569 โดยในปี 2026 นี้ มุ่งเน้นประเด็น “การจัดการความปวด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง ผ่านกระบวนการประเมินความปวดอย่างเป็นระบบ การเลือกวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสม และการนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาประยุกต์ใช้ เพื่อลดความทุกข์ทรมานและรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยในทุกช่วงของการเจ็บป่วย ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ อภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเปิดเวทีให้บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ ได้นำเสนอผลงานวิชาการเพื่อต่อยอดงานประจำสู่งานวิจัยและนวัตกรรม (Research Hub Excellence) และการขยายเครือข่ายการเรียนรู้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจที่มีคุณค่าเพื่อประชาชน (PROUD TO BE DMS STAFF) อย่างแท้จริง #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี #การดูแลแบบประคับประคอง #กรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน ขอขอบคุณ | 30 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

วันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day)

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะประชาชนตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นทุกปี หากมีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดลำบาก มองเห็นภาพซ้อนโดยมีอาการแบบเฉียบพลัน ควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุดจะช่วยลดความพิการหรือเสียชีวิตได้ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ในประเทศไทยโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 1 และเป็นสาเหตุของการสูญเสียปีสุขภาวะที่สำคัญอันดับ 2 พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง หากเกิดโรคแล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีความพิการหลงเหลืออยู่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตต่อครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและความพิการลงได้ ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองมีวิธีการรักษาทั้งการให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง หรือการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือดสมองภายใน 24 ชั่วโมง การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ประชาชนจะต้องมีความรู้ เรื่องปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค การป้องกัน การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อเกิดโรค โดยสามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคนี้ได้ด้วย การควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรค ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ภาวะโรคอ้วน ภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการเตือนสำคัญ ที่สังเกตได้ด้วยตนเองคือ อาการแขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดลำบาก ตามัว เห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก และต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง อาการเหล่านี้มักเกิดอย่างเฉียบพลัน ในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว อาจเกิดอาการขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดอาการซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดอย่างถาวร สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องสังเกตอาการข้างต้นและรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด จะช่วยลดการเสียชีวิต และความพิการได้ ปัจจุบันมีวิธีการรักษาทั้งการให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง และการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือดสมอง หากเป็นหลอดเลือดเส้นใหญ่อุดตันภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ สถาบันประสาทวิทยาจึงได้จัดกิจกรรมวันโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) ประกอบไปด้วย การแสดงนิทรรศการ เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง และตรวจคัดกรองความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยมี การตรวจพิเศษ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 50 ปีขึ้นไป เช่น การตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Carotid Doppler Ultrasound) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography) นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องโรคหลอดเลือดสมองเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการป้องกัน และการดูแลรักษา โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ประสพ รัตนากร อาคารอำนวยการ ชั้น 3 สถาบันประสาทวิทยา ********************************** #กรมการแพทย์ #สถาบันประสาทวิทยา #วันโรคหลอดเลือดสมอง ขอบคุณ 29 ตุลาคม 2569

วันที่ 29 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

กรมการแพทย์ ประชุมครั้งที่ 10/2569 ขับเคลื่อนนโยบาย ติดตามผลการดำเนินงาน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมกรมการแพทย์ ครั้งที่ 10/2569 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมการแพทย์ พร้อมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง สถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ ยังติดตามผลการดำเนินงานด้านบริการและวิชาการ ตลอดจนแนวทางการจัดบริการและพัฒนาอัตราค่าบริการสาธารณสุขสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งนี้ ได้แสดงความยินดีกับผู้บริหารที่มีวันคล้ายวันเกิดเดือนในตุลาคม 2569 โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว อาคาร 1 ชั้น 1 กรมการแพทย์ และผ่านระบบ Teleconference เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

กรมการแพทย์ ประชุมครั้งที่ 10/2569 ขับเคลื่อนนโยบาย ติดตามผลการดำเนินงาน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ  นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมกรมการแพทย์ ครั้งที่ 10/2569 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมการแพทย์ พร้อมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง สถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ ยังติดตามผลการดำเนินงานด้านบริการและวิชาการ ตลอดจนแนวทางการจัดบริการและพัฒนาอัตราค่าบริการสาธารณสุขสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งนี้ ได้แสดงความยินดีกับผู้บริหารที่มีวันคล้ายวันเกิดเดือนในตุลาคม 2569 โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว อาคาร 1 ชั้น 1 กรมการแพทย์ และผ่านระบบ Teleconference เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

กรมการแพทย์ ประชุมครั้งที่ 10/2569 ขับเคลื่อนนโยบาย ติดตามผลการดำเนินงาน มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมกรมการแพทย์ ครั้งที่ 10/2569 เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมการแพทย์ พร้อมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง สถานะเงินบำรุงของหน่วยบริการ และการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ ยังติดตามผลการดำเนินงานด้านบริการและวิชาการ ตลอดจนแนวทางการจัดบริการและพัฒนาอัตราค่าบริการสาธารณสุขสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งนี้ ได้แสดงความยินดีกับผู้บริหารที่มีวันคล้ายวันเกิดเดือนในตุลาคม 2569 โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว อาคาร 1 ชั้น 1 กรมการแพทย์ และผ่านระบบ Teleconference เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์ โดยแพทย์หญิงสิริกันยา วิเศษคุปต์ อายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ (สวท.เชียงใหม่) FM 93.25 MHz เพื่อให้ความรู้หัวข้อ “โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)” โดยมี พ.ต.อ.หญิงสุธิดา สมิทธิไกร ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.5 และรองโฆษกตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์ โดยแพทย์หญิงสิริกันยา วิเศษคุปต์ อายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ (สวท.เชียงใหม่) FM 93.25 MHz เพื่อให้ความรู้หัวข้อ “โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)” โดยมี พ.ต.อ.หญิงสุธิดา สมิทธิไกร ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.5 และรองโฆษกตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

น.ส.ปัญญาพร ศิรินัย พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ภารกิจด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนโรงพยาบาลราชวิถีกล่าวขอบคุณพร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติเเละพวงหรีดของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยให้แก่ครอบครัว “หนูไชยะ” ผู้ยินยอมบริจาคดวงตาให้ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายกระจกตา โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงความขอบคุณ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการอบรมพยาบาลผู้ประสานงานการรับบริจาคดวงตา โรงพยาบาลราชวิถี (เดือนสิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569) มีผู้บริจาคดวงตาแล้ว จำนวน 680 ดวง ซึ่งสามารถช่วยผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลอื่นๆ ที่รอรับดวงตาเพื่อใช้ในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาได้มากถึง 680 คน ให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง --------------------------- โรงพยาบาลราชวิถีขอขอบคุณผู้บริจาคและครอบครัว “หนูไชยะ” ที่ร่วมสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการบริจาคดวงตาให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นและเป็นการสร้างประโยชน์อย่างสูงสุด และขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะ ขอกุศลกรรมที่ได้กระทำในครั้งนี้ ดลบันดาลให้ผู้วายชนม์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะมีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

น.ส.ปัญญาพร ศิรินัย พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ภารกิจด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนโรงพยาบาลราชวิถีกล่าวขอบคุณพร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติเเละพวงหรีดของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยให้แก่ครอบครัว “หนูไชยะ” ผู้ยินยอมบริจาคดวงตาให้ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายกระจกตา โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงความขอบคุณ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569  ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการอบรมพยาบาลผู้ประสานงานการรับบริจาคดวงตา โรงพยาบาลราชวิถี (เดือนสิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569) มีผู้บริจาคดวงตาแล้ว จำนวน 680 ดวง ซึ่งสามารถช่วยผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลอื่นๆ ที่รอรับดวงตาเพื่อใช้ในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาได้มากถึง 680 คน ให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง  ---------------------------  โรงพยาบาลราชวิถีขอขอบคุณผู้บริจาคและครอบครัว “หนูไชยะ” ที่ร่วมสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการบริจาคดวงตาให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นและเป็นการสร้างประโยชน์อย่างสูงสุด   และขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะ ขอกุศลกรรมที่ได้กระทำในครั้งนี้ ดลบันดาลให้ผู้วายชนม์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะมีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

น.ส.ปัญญาพร ศิรินัย พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ภารกิจด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนโรงพยาบาลราชวิถีกล่าวขอบคุณพร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติเเละพวงหรีดของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยให้แก่ครอบครัว “หนูไชยะ” ผู้ยินยอมบริจาคดวงตาให้ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายกระจกตา โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงความขอบคุณ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการอบรมพยาบาลผู้ประสานงานการรับบริจาคดวงตา โรงพยาบาลราชวิถี (เดือนสิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569) มีผู้บริจาคดวงตาแล้ว จำนวน 680 ดวง ซึ่งสามารถช่วยผู้ป่วยของโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลอื่นๆ ที่รอรับดวงตาเพื่อใช้ในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาได้มากถึง 680 คน ให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง --------------------------- โรงพยาบาลราชวิถีขอขอบคุณผู้บริจาคและครอบครัว “หนูไชยะ” ที่ร่วมสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการบริจาคดวงตาให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นและเป็นการสร้างประโยชน์อย่างสูงสุด และขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะ ขอกุศลกรรมที่ได้กระทำในครั้งนี้ ดลบันดาลให้ผู้วายชนม์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ครอบครัวผู้บริจาคอวัยวะมีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ