ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

โรงพยาบาลสงฆ์เปิดรับบริการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 แด่พระสงฆ์

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ ห่วงใยสุขภาพพระสงฆ์ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 พร้อมให้บริการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 แด่พระสงฆ์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านเชื้อโควิด 19 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด 19 ระลอกใหม่นี้ ที่ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดในหลายๆพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับพระสงฆ์ ซึ่งอาจทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับเชื้อโควิด 19 เนื่องจากพระสงฆ์มีกิจนิมนต์ ต้องพบปะกับประชาชน และต้องทำสังฆกรรมร่วมกันเป็นหมู่คณะ ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 จึงได้มีการเปิดรับบริการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นายแพทย์ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลสงฆ์พร้อมให้บริการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 แด่พระสงฆ์ กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป 2.อายุน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคร่วม 7 โรค 3.พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร โดยจะเริ่มถวายการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป หากพระสงฆ์ มีความประสงค์จะรับการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 ขอพระสงฆ์ได้โปรดติดต่อจองคิวทางโทรศัพท์ โทร 02-640-9537, 02-354-4305 ต่อ 5135, 086-415-5986, 086-415-5988, 086-416-2037, 086-416-2047, 086-416-2215, 086-416-4306 ทั้งนี้ พระสงฆ์ที่ได้รับการถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 แล้ว ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นต้น ************************************************ #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลสงฆ์ #ถวายการฉีดวัคซีนโควิด 19 - ขอขอบคุณ - 14 พฤษภาคม 2564

วันที่ 14 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

กรมการแพทย์เตือน ทำฟันปลอมเถื่อน เสี่ยงสูญเสียฟัน และเสี่ยงติดเชื้อในช่องปาก

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรมเตือนภัย ไม่ควรทำฟันปลอมกับช่างทำฟันที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ แม้ราคาถูก สะดวก แต่อาจเป็นอันตราย เสี่ยงเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบรุนแรง เกิดแผลเรื้อรัง และติดเชื้อในช่องปาก ควรได้รับคำแนะนำและการรักษาอย่างถูกวิธีจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่า มีการให้บริการทำฟันปลอมจากช่างทำฟันเถื่อน โดยการตระเวนไปยังชุมชนต่างๆ และนำเสนอบริการทำฟันปลอมแก่พระสงฆ์และผู้สูงอายุ ซึ่งฟันปลอมที่ทำกับช่างทำฟันเถื่อนนั้น อาจไม่ได้มาตรฐานและไม่เหมาะสมกับสภาพช่องปาก แม้จะราคาถูก สะดวกรวดเร็วแต่ฟันปลอมเหล่านี้อาจจะไม่ช่วยในการบดเคี้ยว แต่กลับส่งผลให้เกิดอันตรายในช่องปาก เช่น เกิดการสบฟันที่ผิดปกติเกิดการละลายตัวของกระดูกเบ้าฟัน เกิดแผลจากการกัดสบของฟันบริเวณลิ้นหรือกระพุ้งแก้ม หรือเป็นแผลใต้ฐานฟันปลอมอาจลุกลามกลายเป็นแผลเรื้อรัง และเป็นโรคมะเร็งช่องปาก อีกทั้งยังเสี่ยงติดเชื้อในช่องปากได้ นอกจากนี้ ฟันปลอมอาจใส่ไม่พอดี ขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป แน่นหรือหลวมเกินไป ใส่แล้วรู้สึกเจ็บ จากการออกแบบที่ไม่เหมาะสม ทำให้ไม่สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้ และสูญเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นก่อนทำฟันปลอม ควรได้รับคำแนะนำและประเมินก่อนการรักษาโดยทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจากสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำฟันปลอม ทำเพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป โดยฟันปลอมชนิดถอดได้ มีทั้งชนิด ฐานอะคริลิกและฐานโลหะ ซึ่งการใส่ฟันปลอมสามารถใส่ทดแทนฟันบางส่วนหรือทดแทนฟันทั้งปาก โดยฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปากใช้ทดแทนในกรณีที่ไม่มีฟันเหลืออยู่เลย และฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน ใช้ทดแทนฟันที่หายไปในบางซี่ ซึ่งจะช่วยไม่ให้ฟันซี่ที่เหลือล้มเปลี่ยนตำแหน่งได้ การใส่ฟันปลอมยังช่วยในการบดเคี้ยวอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความสวยงามและสร้างความมั่นใจมากขึ้น การทำฟันปลอมต้องมีการเตรียมช่องปาก เช่น ทำการอุดฟันซี่ที่ผุ ขูดหินปูน รักษาโรคเหงือก หรือถอนฟันซี่ที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ รวมถึงวัสดุเครื่องมือที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน มีการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง และควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปาก การใช้งานและทำความสะอาดฟันปลอมอย่างถูกวิธีจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ********************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันทันตกรรม #ฟันปลอมเถื่อน #ทำฟันเถื่อน -ขอขอบคุณ- 13 พฤษภาคม 2564

วันที่ 14 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

แพทย์ผิวหนังเผยอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการว่าช่วยรักษาโรคผมบางได้จริง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เผยการใช้อาหารเสริมและวิตามินต่างๆ เพื่อช่วยรักษาโรคผมบาง ส่วนใหญ่ไม่ได้มีหลักฐานทางวิชาการทางคลินิกว่าสามารถช่วยทำให้ผมบางดีขึ้นได้ มีเพียงหลักฐานทางการศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าอาจจะมีส่วนช่วยเรื่องผมร่วง แต่ยังจำเป็นที่ต้องรอการศึกษามากกว่านี้จึงจะสรุปผลได้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาหารเสริมและวิตามินสำหรับเส้นผมและผิวหนังเป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันนี้ แต่อาหารเสริมและวิตามินส่วนใหญ่ไม่ได้มีหลักฐานทางวิชาการทางคลินิกว่าสามารถช่วยทำให้ผมบางดีขึ้นได้ หรืออาจมีเพียงการทดสอบในสัตว์ทดลองเท่านั้น ไม่ได้มีหลักฐานทางประสิทธิผลและความปลอดภัยในคน ตัวอย่างเช่น วิตามินเอ ยังไม่พบว่ามีหลักฐานทางการศึกษาใดแสดงถึงการที่วิตามินเอช่วยในการรักษาโรคผมร่วงได้ ส่วนวิตามินซีมีส่วนช่วยในด้านสุขภาพและการเจริญของเส้นผมในสัตว์ทดลองแต่ยังไม่มีหลักฐานทางการศึกษาในคนที่แสดงว่าวิตามินซีช่วยทำให้มีผมขึ้นมากขึ้น แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การมีวิตามินดีต่ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้น เช่น โรคผมผลัด, ผมร่วงเป็นหย่อม และโรคผมบางจากกรรมพันธุ์ในเพศหญิง ผู้ป่วยที่มีภาวะผมร่วงและมีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำควรรับประทานวิตามินดีเสริม ส่วนวิตามินอี ผู้ที่รับประทานวิตามินอีมีผมขึ้นมากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานวิตามินอีแต่ไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องน้ำหนักของเส้นผม อย่างไรก็ดี ควรรอผลการศึกษาที่เก็บรวมรวมข้อมูลมากกว่านี้ ในส่วนของ ไบโอติน (Biotin) ไม่มีผลกับวงจรชีวิตของผมหรือการสร้างต่อมผม ยังไม่พบรายงานการศึกษาที่แสดงถึงว่าไบโอตินช่วยทำให้ผมขึ้นยกเว้นในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดไบโอติน เช่น หญิงตั้งครรภ์หรือมีภาวะการดูดซึมอาหารผิดปกติ สังกะสี (Zinc) ช่วยให้เส้นผมหนามากขึ้นแต่จากการประเมินโดยผู้ป่วยพบว่าไม่มีความแตกต่างทางคลินิก หลักฐานทางการศึกษายังไม่ได้มีจำนวนมากพอที่จะสามารถให้คำแนะนำผู้ป่วยให้รับประทานสังกะสีในทุกรายที่มีผมบางจากกรรมพันธุ์ และภาวะการขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิง โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือในหญิงที่มีประจำเดือนมาก การรับประทานเหล็กเสริมจึงอาจมีประโยชน์ในคนที่อาจมีเหล็กต่ำดังสาเหตุข้างต้น ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมเป็นการสรุปได้ว่า วิตามินเอและวิตามินซียังไม่มีหลักฐานที่สนับสนุนในการรับประทานเสริมเพื่อช่วยเรื่องผมร่วงในปัจจุบัน (วิตามินซีมีส่วนช่วยในด้านสุขภาพและการเจริญของเส้นผมในสัตว์ทดลองแต่ยังไม่มีหลักฐานทางการศึกษาในคน) พบว่าไบโอติน, วิตามินดีและเหล็กมีหลักฐานสนับสนุนว่ามีประโยชน์ในคนที่ขาดวิตามินเหล่านี้ ส่วนวิตามินอีและสังกะสีมีเพียงหลักฐานทางการศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าอาจจะมีส่วนช่วยเรื่องผมร่วงแต่ยังไม่มากพอที่จะสรุปผลได้จำเป็นที่ต้องมีการศึกษามากกว่านี้ ***************************************** กรมการแพทย์#สถาบันโรคผิวหนัง#แพทย์ผิวหนังเผยอาหารเสริมและวิตามินต่างๆ ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการว่าช่วยรักษาโรคผมบางได้จริง - ขอขอบคุณ - 13 พฤษภาคม 2564

วันที่ 14 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการคัดกรอง รับ-ส่งต่อ ผู้ป่วย COVID-19 ของศูนย์แรกรับและส่งต่อ กระทรวงสาธารณสุข  โดยมี นายแพทย์ดนัย มโนรมณ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 5 และบุคลากรสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ ต้อนรับ ณ  อาคารนิมิบุตร กรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการคัดกรอง รับ-ส่งต่อ ผู้ป่วย COVID-19 ของศูนย์แรกรับและส่งต่อ กระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์ดนัย มโนรมณ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 5 และบุคลากรสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ ต้อนรับ ณ อาคารนิมิบุตร กรมพลศึกษา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564

วันที่ 16 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ