ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์เตือนอันตราย “ฟ้าผ่า” ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงถึงเสียชีวิต ควรหลบฝนภายในอาคารที่มีผนังปิดรอบด้าน หลีกเลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้หรือศาลาที่มีเพียงหลังคา เพราะยังเสี่ยงถูกฟ้าผ่า

กรมการแพทย์แนะผู้ทำงาน เล่นกีฬา และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากได้ยินฟ้าร้องให้หยุดกิจกรรมและเข้าที่ปลอดภัยทันที อย่าหลบฝนใต้ต้นไม้หรือในศาลาที่ไม่มีผนังปิดรอบด้าน เพราะยังเสี่ยงถูกฟ้าผ่า รออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนกลับออกไป พร้อมย้ำผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย สามารถสัมผัสเพื่อช่วยเหลือได้ หากหมดสติและไม่หายใจตามปกติ ให้โทร 1669 และเริ่มช่วยฟื้นคืนชีพทันที นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวผู้เสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าระหว่างทำกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ตามแนวทางการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เกษตรกร คนงานก่อสร้าง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โล่ง นักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่สนาม และผู้ร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง โดยนายจ้างและผู้จัดกิจกรรมควรติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศ กำหนดผู้รับผิดชอบสั่งหยุดงานหรือการแข่งขัน จัดเตรียมอาคารหลบภัยและเส้นทางเข้าถึงที่ชัดเจน รวมทั้งซักซ้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสื่อสารความรู้ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายและลดความสูญเสียที่ป้องกันได้ นายแพทย์กนก อุตวิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนตระหนักว่า ฟ้าผ่าอาจเกิดขึ้นได้แม้บริเวณที่อยู่ยังไม่มีฝนตก จึงไม่ควรรอให้ฝนตกหนักหรือเห็นฟ้าผ่าใกล้ตัวก่อนตัดสินใจหลบภัย หากฟ้าผ่าเข้าร่างกายอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ เกิดแผลไหม้ และบาดเจ็บต่อระบบประสาท รวมถึงบาดเจ็บจากการล้มหรือแรงกระแทก การป้องกันจึงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนออกไปทำกิจกรรม โดยมีข้อแนะนำสำคัญ ได้แก่ 1. ได้ยินฟ้าร้อง ให้หยุดกิจกรรมทันที รีบเข้าสู่อาคารปิดที่มั่นคง หรือรถยนต์หลังคาแข็งที่ปิดกระจกสนิท ไม่รอให้พายุเข้าประชิด และไม่ใช้รถกอล์ฟหรือรถเปิดประทุนเป็นที่หลบภัย 2. หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ที่ยืนเดี่ยว เสาไฟ ศาลาเปิดโล่ง เพิง หรือเต็นท์ ออกจากแหล่งน้ำและพื้นที่สูง หลีกเลี่ยงการสัมผัสรั้วโลหะและอุปกรณ์นำไฟฟ้า และไม่นอนราบกับพื้นกลางแจ้ง 3. อยู่ในที่ปลอดภัยอย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย หากได้ยินฟ้าร้องอีกให้เริ่มนับเวลาใหม่ ไม่กลับออกไปเพียงเพราะฝนเบาลงหรือหยุดตก ขณะอยู่ภายในอาคารควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก ระบบประปา และโทรศัพท์แบบมีสาย 4. พบผู้ถูกฟ้าผ่า โทร 1669 และช่วยเหลืออย่างถูกวิธี ประเมินความปลอดภัยของบริเวณเกิดเหตุก่อนเข้าช่วย ผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย จึงสามารถสัมผัสเพื่อช่วยเหลือได้ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจตามปกติ หรือหายใจเฮือก ให้เริ่มช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) หากมี โดยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สายด่วน 1669 และเสียงแนะนำของเครื่อง จนกว่าทีมฉุกเฉินจะเข้ารับช่วงดูแล สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ฝืนทำงานหรือเล่นกีฬาต่อเมื่อมีสัญญาณพายุ การหยุดกิจกรรมให้ทันและมีที่หลบภัยที่เหมาะสม ************************************************* #กรมการแพทย์ #กระทรวงสาธารณสุข #โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี #เตือนภัยฟ้าผ่า #ฟ้าร้องต้องหยุด #ปลอดภัยจากฟ้าผ่า #กิจกรรมกลางแจ้ง #กรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน -ขอขอบคุณ- 3 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 04 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

รู้จักกับภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง (Leukocytoclastic Vasculitis):จุดแดงตามขาที่ห้ามมองข้าม

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากสถานการข่าวผื่นขึ้นขาหลังกลับมาจากต่างประเทศรักษา 2 ปี ไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งผิวหนังของเรา โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้งหรือข้อเท้า มีจุดแดงๆ หรือจ้ำเลือดขึ้นมาเป็นปื้น จับดูแล้วรู้สึกนูนๆ และเมื่อเอานิ้วกดลงไป สีแดงก็ไม่จางหายไป อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า Leukocytoclastic Vasculitis (LCV) หรือโรคเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่มีการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กที่อยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อหลอดเลือดอักเสบ ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลง ทำให้มีเลือดซึมออกมาใต้ผิวหนังจนเห็นเป็นจุดแดงหรือจ้ำเลือด (รอยช้ำ) นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ที่พบจุดแดงนูนหรือจ้ำสีม่วงบริเวณขา โดยเฉพาะผื่นที่กดแล้วสีไม่จาง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามาใช้รักษาด้วยตนเอง เนื่องจากผื่นลักษณะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับโรคอื่นภายในร่างกายได้ เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน และยกขาสูงขณะพัก เพื่อลดแรงดันในหลอดเลือด ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ ปวดข้อ ผื่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนังอาจเกิด จากหลายสาเหตุ ได้แก่ การแพ้ยา ยาบางชนิดกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เช่น ยาปฏิชีวนะ (กลุ่มเพนิซิลลิน, ซัลฟา) ยาแก้ปวดแก้อักเสบ (NSAIDs) หรือยาขับปัสสาวะ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เช่น การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ที่คอ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคลูปัสและโรครูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน การประเมินหาสาเหตุจึงมีความสำคัญ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงกับภาวะ ที่พบ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น นายแพทย์ธัญญศักดิ์ เบศรภิญโญวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจพิจารณาตัดชิ้นเนื้อผิวหนังส่งตรวจทาง พยาธิวิทยา รวมถึงตรวจเลือดและปัสสาวะเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่ามีการอักเสบที่อวัยวะภายใน เช่น ไต ร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากเกิดจากยาหรือการติดเชื้อ แพทย์จะพิจารณาจัดการกับสาเหตุนั้นโดยเหมาะสมส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังอาจจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อลดการอักเสบภายใต้การดูแล ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ***************************************** #ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง #LeukocytoclasticVasculitis #โรคผิวหนัง #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคผิวหนัง #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต #สถาบันโรคผิวหนังที่ชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ -ขอขอบคุณ- 3 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 03 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

สบยช. เตือนภัย ขนมผสมกัญชา อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงกระทบสมอง หัวใจ และสุขภาพจิต

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการบริโภคอาหารและขนมที่มีส่วนผสมของกัญชา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ไม่มีฉลาก ที่ถูกต้อง หรือไม่ระบุปริมาณสาร THC อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมอง ระบบประสาท หัวใจ และสุขภาพจิต พร้อมเตือนว่า การใช้กัญชา โดยเฉพาะการใช้บ่อยหรือเริ่มใช้ตั้งแต่อายุน้อย มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่เพิ่มขึ้น โดยเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กัญชามีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล(Tetrahydrocannabinol: THC) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท การบริโภคอาหารและขนมผสมกัญชา เช่น เยลลี่ ลูกอม หรือช็อกโกแลต อาจทำให้ได้รับสาร THC มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารจะเริ่มออกฤทธิ์หลังรับประทานประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง และอาจมีฤทธิ์ต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง ทำให้บางรายรับประทานซ้ำก่อนสารออกฤทธิ์ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ง่วงซึม สับสน ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล หวาดระแวง หรือประสาทหลอน หากได้รับในปริมาณมากอาจเกิดอาการรุนแรง เช่น ชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะพิษจากกัญชารุนแรง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารผสมกัญชาที่ผลิตเพื่อจำหน่ายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย การอนุญาต และการแสดงฉลากของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ส่วนช่อดอกกัญชาจัดเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 และเป็นส่วนของพืชที่ห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 โดยการจ่ายเพื่อการรักษาต้องมีใบสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ขณะที่สารสกัดกัญชาที่มี THC เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีข้อกำหนดควบคุมการใช้และการจำหน่ายเป็นการเฉพาะ นายแพทย์ธิติ ดวงสร้อยทอง รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สาร THC ในกัญชาส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะด้านความจำ สมาธิ การเรียนรู้ การตัดสินใจ และการควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล หวาดระแวง และประสาทหลอน มีหลักฐานทางวิชาการพบว่าการใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มใช้กัญชาตั้งแต่อายุน้อย ใช้เป็นประจำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ความเข้มข้นสูง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้กัญชาทุกคนจะเป็นโรคจิตเภท อีกทั้งการได้รับสาร THC ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดภาวะพิษเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งอาจมีอาการซึมมาก ชัก หรือหมดสติจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคขนมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ตรวจสอบฉลากและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ก่อนบริโภค รวมทั้ง เก็บผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ในภาชนะปิดมิดชิดและเก็บไว้ในที่ที่เด็กไม่สามารถเข้าถึง โดยผู้ปกครองควรให้ความรู้แก่บุตรหลานเกี่ยวกับอันตรายของกัญชา หากสงสัยว่าได้รับพิษจากกัญชา ควรรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง เนื่องจากภาวะพิษจากกัญชาที่รับประทานอาจแสดงอาการล่าช้าหลังได้รับสาร หากมีอาการชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th ************************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. #ยาเสพติด #กัญชา -ขอขอบคุณ-2 พฤศจิกาบน 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล  เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569  เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี   ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน  กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล  เข้าร่วมพิธี  ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากิจกรรมบำบัด ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมการแพทย์  โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติและคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  นำโดย อ.ดร.พรสวรรค์ โพธิ์สว่าง นักกิจกรรมบำบัดเชี่ยวชาญ ประธานคณะกรรมการจัดการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัด พร้อมด้วยคณาจารย์กิจกรรมบำบัด ร่วมดำเนินกิจกรรมการสอบนำเสนองานวิจัยทางกิจกรรมบำบัดของนิสิตกิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ  ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากิจกรรมบำบัด ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมการแพทย์ โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติและคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำโดย อ.ดร.พรสวรรค์ โพธิ์สว่าง นักกิจกรรมบำบัดเชี่ยวชาญ ประธานคณะกรรมการจัดการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัด พร้อมด้วยคณาจารย์กิจกรรมบำบัด ร่วมดำเนินกิจกรรมการสอบนำเสนองานวิจัยทางกิจกรรมบำบัดของนิสิตกิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ