ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์ห่วงประชาชนปราจีนบุรี แนะเลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีแนะประชาชนดูแลสุขภาพ หลังมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี ขอให้ติดตามประกาศคุณภาพน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่ หลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่มและประกอบอาหาร ย้ำการตรวจพบสารในน้ำไม่ได้หมายความว่าผู้สัมผัสจะเกิดพิษทุกราย โดยผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังเป็นพิเศษ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เปิดเผยว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและจำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงให้คำแนะนำในการป้องกันและสังเกตอาการ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย ต้องพิจารณาว่าได้รับสารมากเพียงใด ได้รับผ่านช่องทางใด และนานเท่าใด รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย โดยการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้ นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำและตะกอนดินในบริเวณที่มีประกาศแจ้งเตือน หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หลังสัมผัสน้ำให้ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือเปื้อน และไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย “ขับสารพิษ” มาใช้เอง เพราะอาจไม่ได้ประโยชน์และเกิดอันตรายได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 02-548-1000 ต่อ 5706 หรือ 5713 ************************************** #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี #ปราจีนบุรี #อะลูมิเนียม #กรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน | ขอขอบคุณ |27 ตุลาคม 2569

วันที่ 27 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์เดินหน้านโยบาย Medical Investment Hub ผลักดันสถาบันโรคทรวงอกสู่ศูนย์กลาง ด้านการฝึกอบรมนานาชาติระดับอาเซียน ยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์สู่มาตรฐานสากล

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เปิดตัว ศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติหัตถการโรคโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดหัวใจซับซ้อน (CCIT International Center for Structural Heart and Complex PCI Training) โดยมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมขั้นสูง เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด ทั้งในและต่างประเทศให้มีความเชี่ยวชาญระดับสากล จากนโยบายนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง Medical Investment Hub ยกระดับประเทศไทยจากเดิมที่เป็นเพียงศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และเวลเนส สู่การเป็น “ศูนย์กลางการลงทุนทางการแพทย์ครบวงจร” (Medical Investment Hub) โดยนายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเน้นย้ำ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1. Service Hub: ยกระดับมาตรฐานการบริการทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล 2. Research & Development Hub (R&D): ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิจัย รวมถึงการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial) 3. Product & Health Manufacturing Hub: เสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานการผลิตยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์สุขภาพภายในประเทศ กรมการแพทย์ได้มอบหมายให้ สถาบันโรคทรวงอก พัฒนาศักยภาพทางการแพทย์เพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว การเปิด ศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติหัตถการโรคโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดหัวใจซับซ้อนสถาบันโรคทรวงอก (CCIT International Center for Structural Heart and Complex PCI Training) ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริม การลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดในการรักษาผู้ป่วย และยกระดับสถาบันโรคทรวงอกพร้อมก้าวสู่การเป็นด้านการฝึกอบรมนานาชาติระดับอาเซียน นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันโรคทรวงอกมีความพร้อมและศักยภาพสูงในทุกมิติ ทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ตลอดจนประสบการณ์อันยาวนานในการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ การเปิด ศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติหัตถการโรคโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดหัวใจซับซ้อน (CCIT International Center for Structural Heart and Complex PCI Training) ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะขั้นสูง ที่ผ่านมาสถาบันโรคทรวงอกได้ขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะขั้นสูงผ่านโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "MITRA CLIP Proctorship Workshop At Central Chest Institute of Thailand" ซึ่งเน้นการถ่ายทอดเทคนิคการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดอก พร้อมตอกย้ำความเป็นเลิศระดับสากลด้วยการจัดงาน "Dr.Kinoshita's CTO Workshop" โดยได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น มาร่วมบรรยายและสาธิตการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดหัวใจอุดตันเรื้อรัง (CTO PCI) สถาบันโรคทรวงอกมุ่งหวังให้ศูนย์ฝึกอบรมฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหัตถการโรคหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจซับซ้อนอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนบุคลากรกับสถาบันชั้นนำระดับโลก รวมถึงสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรมนวัตกรรม และการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในระดับสากล เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนสถาบันฯสู่การเป็น International Training Center ในอนาคต. #ศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติหัตถการโรคโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดหัวใจซับซ้อนสถาบันโรคทรวงอก #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคทรวงอก #วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ขอขอบคุณ

วันที่ 27 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

โรงพยาบาลราชวิถี ชวนรู้จักโรค Acromegaly ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติ  สังเกตอาการให้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เผย โรค Acromegaly (อะโครเมกาลี) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone: GH) มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงบริเวณต่อมใต้สมอง ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนบางส่วนขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary adenoma) ซึ่งเป็นต่อมขนาดเล็กบริเวณฐานสมอง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมน การเจริญเติบโต เมื่อมีการหลั่ง GH มากเกินไป จะกระตุ้นให้ตับและเนื้อเยื่อสร้างฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่อเจริญเติบโตมากผิดปกติ โรคนี้มักพบในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัยกลางคน หากมีฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติก่อนกระดูกปิดในวัยเด็ก อาจทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า Gigantism หรือ ภาวะร่างยักษ์ อาการของโรค Acromegaly มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดอาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ จากภาพถ่ายเก่าหรือการเปรียบเทียบรูปร่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยอาการที่พบได้ ได้แก่ มือและเท้าใหญ่ขึ้น แหวนที่เคยใส่ได้เริ่มคับ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ใบหน้าเปลี่ยนแปลง กระดูกคิ้วและขากรรไกรล่างเด่นชัดขึ้น จมูกและริมฝีปากหนาขึ้น ช่องว่างระหว่างฟันอาจเพิ่มขึ้น ผิวหนังเปลี่ยนแปลง ผิวหนา หยาบหรือมันขึ้น เหงื่อออกมาก และอาจมีกลิ่นตัวเพิ่มขึ้น อาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการชามือจากเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ความผิดปกติระหว่างนอนหลับ กรนมากหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการจากเนื้องอกต่อมใต้สมอง ปวดศีรษะ การมองเห็นผิดปกติ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนผิดปกติ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน จึงไม่สามารถใช้ลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคได้ แพทย์หญิงนวพร นภาทิวาอำนวย นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ และหัวหน้างานโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติม โรค Acromegaly หากไม่ได้รับการรักษา ระดับฮอร์โมนที่สูงต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ระบบเผาผลาญ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ ระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กระดูกและข้อต่อ อาจเกิดข้อเสื่อม ปวดข้อ และข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ระบบประสาทและการมองเห็น เนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ อาจกดเบียดเส้นประสาทหรือโครงสร้างใกล้เคียง ทำให้ปวดศีรษะหรือการมองเห็นผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลควบคู่ไปกับการรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน การวินิจฉัยและการรักษา แพทย์จะประเมินจากอาการร่วมกับการตรวจระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะ IGF-1 ในเลือด และอาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการทดสอบระดับ GH รวมถึงการตรวจภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) บริเวณต่อมใต้สมองตามข้อบ่งชี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ได้แก่ การผ่าตัดเนื้องอก การใช้ยาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมน และการฉายรังสีในผู้ป่วยบางราย หากไม่ได้รับการรักษา โรค Acromegaly อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะมือและเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากพบความผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกและการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ************************************** #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี # โรค Acromegaly | ขอขอบคุณ |25 ตุลาคม 2569

วันที่ 25 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ ร่วมงานวันนวมินทรมหาราช ประจำปี 2569 วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นางศิวารยา ถิ่นพังงา หัวหน้ากลุ่มงานการเงิน บัญชี และพัสดุ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ ร่วมงานวันนวมินทรมหาราช ประจำปี 2569 วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นางศิวารยา ถิ่นพังงา หัวหน้ากลุ่มงานการเงิน บัญชี และพัสดุ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ ร่วมงานวันนวมินทรมหาราช ประจำปี 2569 วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นางศิวารยา ถิ่นพังงา หัวหน้ากลุ่มงานการเงิน บัญชี และพัสดุ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 27 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่  ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดมผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569

นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีนายทศพล เผื่อนอุดมผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569

วันที่ 27 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

นายแพทย์เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางณิภา แสงกิตติไพบูลย์ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล พร้อมด้วย นางลาวัลย์ เชยชม หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยใน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร (ข้าวสารอาหารแห้ง) และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศ พระวรกาย และพระราชหฤทัย ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้พระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศยังคงเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทย สืบสานความดีเพื่อส่วนรวมสืบไป ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙

นายแพทย์เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางณิภา แสงกิตติไพบูลย์ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล พร้อมด้วย นางลาวัลย์ เชยชม หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยใน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร (ข้าวสารอาหารแห้ง) และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศ พระวรกาย และพระราชหฤทัย ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้พระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศยังคงเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทย สืบสานความดีเพื่อส่วนรวมสืบไป ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙

นายแพทย์เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางณิภา แสงกิตติไพบูลย์ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล พร้อมด้วย นางลาวัลย์ เชยชม หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยใน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร (ข้าวสารอาหารแห้ง) และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ ๙) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศ พระวรกาย และพระราชหฤทัย ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้พระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศยังคงเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทย สืบสานความดีเพื่อส่วนรวมสืบไป ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙

วันที่ 27 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ