ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์เตือนนักเสพรวมกลุ่มเสพยาหรือดื่มสังสรรค์เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ COVID – 19

กรมการแพทย์โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนนักเสพการรวมกลุ่มเสพยาหรือดื่มสังสรรค์ เสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ COVID – 19 พร้อมแนะคำนึงถึงคนในครอบครัวให้มาก อยู่บ้านและใช้โอกาสนี้ ลด ละ เลิก ยาเสพติด นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นวันละ 1,000 กว่าราย ประชาชนควรตระหนักถึงความอันตรายและหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองให้มาก โดยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่คนแออัด ทั้งนี้ไม่ควรรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ หรือเพื่อใช้ยาเสพติด รวมไปถึงการใช้ยาเสพติดตามลำพัง ยาเสพติดทุกประเภทส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ ทำลายสมองและระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง เห็นภาพหลอน มีพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิด อารมณ์รุนแรง คลุ้มคลั่ง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ขาดสติ ขาดการระมัดระวังตนเอง ขาดความยับยั้งชั่งใจ ทั้งนี้การรวมกลุ่มเพื่อใช้ยาเสพติดอาจต้องอยู่ในสถานที่ปิดเป็นเวลานาน มีการใช้อุปกรณ์ในการเสพร่วมกัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ COVID -19 ได้อย่างรวดเร็ว นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ยาและเสพติดทุกชนิดรวมไปถึงการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกายเลย แต่กลับส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ การใช้ยาและสารเสพติดบ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนควบคุมการคิดถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเสียไป ทำให้ทำอะไรตามใจตามอารมณ์ จึงมักแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการใช้ยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลงทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสติดเชื้อ COVID -19 ได้ง่าย ฝากถึงผู้ใช้ยาและสารเสพติดรวมไปถึงผู้นิยมดื่มแอลกอฮอล์ ควรคำนึงถึงคนในครอบครัวให้มาก เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าการออกไปรวมกลุ่มเพื่อสังสรรค์ต่างๆ คนในกลุ่มนั้นมีใครติดเชื้อหรือไม่ ไปพื้นที่เสี่ยงหรือไปสัมผัสคนติดเชื้อมาหรือไม่ หรืออาจจะติดแล้วแต่ไม่แสดงอาการ ดังนั้นควรอยู่บ้าน ไม่นำตัวเองเข้าไปรวมกลุ่มอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พักผ่อนร่างกายดูแลตนเอง และใช้โอกาสนี้ในการ ลด ละ เลิก การใช้ยาและสารเสพติดทุกชนิด รวมถึงสุราและบุหรี่ โดยสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmindat.go.th *********************************************************** #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. -ขอขอบคุณ- 6 พฤษภาคม 2564

วันที่ 06 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

แพทย์แนะโรคชราในวัยเด็ก โรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เผยโรคชราในวัยเด็ก เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ผิวหนังมีลักษณะย่นคล้ายคนแก่ พบได้ในเด็ก สาเหตุเกิดจากพันธุกรรมที่เกิดความผิดปกติของเนื้อเยื่อยืดหยุ่นในผิวหนังชั้นหนังแท้ เป็นโรคที่พบได้น้อยมากประมาณหนึ่งในล้านของประชากรทั่วไป พร้อมแนะอาการทางผิวหนัง ชี้สามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นได้ หากมีอาการผิดปกติที่ผิวหนังย่นคล้ายคนแก่ควรรีบพบแพทย์ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคชราในวัยเด็กเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของของเนื้อเยื่อยืดหยุ่นในผิวหนังชั้นหนังแท้ ที่ทำหน้าที่เกาะเกี่ยวให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง มีความแข็งแรง และยืดหยุ่น เป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ทั้งแบบยีนเด่น และยีนด้อย การถ่ายทอดแบบยีนด้อยเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด อาการทางผิวหนัง มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ผิวหนังมีอาการหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นคล้ายคนแก่ มักไม่ค่อยคืนตัวหรือคืนตัวช้าเมื่อดึงผิวหนังยืดออก ทำให้ดูแก่ก่อนวัย อาการไม่ได้จำกัดที่ผิวหนังอย่างเดียวแต่เป็นได้ทุกที่ ความรุนแรงแตกต่างกันตามแต่ละชนิดของโรค เช่น บางรายอาจมีแค่รอยเหี่ยวย่น หรือบางคนอาจมีอาการหนักในหลายระบบตั้งแต่แรกเกิด แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการทางระบบอื่นขึ้นอยู่กับชนิดของโรค และระดับความรุนแรงแต่ละราย ไม่จำเป็นต้องพบทุกราย ได้แก่มีอาการสายตาสั้นและตาเหล่ ลิ้นหัวใจตีบ หัวใจโต เกิดภาวะถุงลมโป่งพอง เกิดกระเปาะลำไส้ เกิดกระเปากระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หน้าอกยุบตัวหรือโป่งขึ้น เด็กมีการพัฒนาการล่าช้า ทรงตัวผิดปกติและเดินเซ เป็นต้น ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง แนะนำเพิ่มเติมว่า โรคชราในวัยเด็กปัจจุบันยังไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการรักษาตามอาการตามระบบที่ตรวจพบ เน้นการบรรเทาภาวะแทรกซ้อน สำหรับการรักษาอาการทางผิวหนัง การฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน การผ่าตัดเอาผิวหนังที่หย่อนยานออกสามารถทำได้เหมือนกับผู้ป่วยทั่วไป สำหรับระบบอื่นๆ การเฝ้าระวังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ การตรวจหาผลแทรกซ้อนเพื่อวินิจฉัยได้เมื่อเป็นน้อย และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ********************************************** กรมการแพทย์ # สถาบันโรคผิวหนัง# แพทย์ผิวหนังแนะโรคชราในวัยเด็ก โรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย - ขอขอบคุณ – 5 พฤษภาคม 2564

วันที่ 05 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ปรับรูปแบบสายด่วน 1668 ช่วยผู้ป่วยโควิด 19 เข้าถึงเตียงอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

อธิบดีกรมการแพทย์ เผยการปรับรูปแบบสายด่วน 1668 ศูนย์บริหารจัดการเตียง โดยดำเนินงานบริหารจัดการแบบ One stop service บูรณาการร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภาคเอกชน บริษัท เทล ทู เทล จำกัด บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และจิตอาสาร่วมกันประสานเตียง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิดระลอกใหม่ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งมีสถานการณ์การระบาดในวงกว้างและรวดเร็ว ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนเกิดปัญหาไม่สามารถเข้ารับการรักษาในพยาบาลได้อย่างทั่วถึง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินการจัดตั้งช่องทางสายด่วน 1668 เฉพาะกิจ ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อวันที่10 เม.ย. 2564 เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากสายด่วน 1668 เป็นคู่สายที่พัฒนามาจากสายด่วนสำหรับรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ดังนั้นจึงก่อให้เกิดปัญหาคู่สายไม่เพียงพอ และไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์การระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้นทีมคณะทำงานจึงได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลการติดต่อผ่านช่องทางสายด่วน 1668 พบว่า ในจำนวนผู้ติดต่อเฉลี่ยประมาณ 1,100 สายต่อวัน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดยืนยันที่ต้องการติดต่อประสานเตียงในกรุงเทพมหานครเพียง 200 สายต่อวันเท่านั้น จึงได้มีการระบบการทำงานรูปแบบใหม่บูรณาการร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภาคเอกชน บริษัท เทล ทู เทล จำกัด บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และจิตอาสา โดยดำเนินงานบริหารจัดการแบบ One stop service จำแนกทีมดำเนินการเป็นสามส่วน คือ 1.ทีม Frontline Call center 2. ทีมรับสายและประเมินอาการ 3. ทีมบริหารจัดการเตียงและข้อมูล ซึ่งทั้ง 3 ทีมจะดำเนินการร่วมกันตั้งแต่การรับเคสผู้ป่วยจนสามารถหาเตียงให้กับผู้ป่วยโควิดได้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลหรือ Hospitlel ได้ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ Frontline Call Center จะเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนในนาม บริษัท เทล ทู เทล จำกัดในการขยายคู่สายเพิ่มเติม และได้ประชาชนจิตอาสามาให้ความช่วยเหลือในการรับสายโทรศัพท์และจำแนกสายที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิดยืนยันต้องการเตียงในเขตกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพทีมรับสายและประเมินอาการ ทีมบริหารจัดการเตียงและข้อมูลซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรกรมการแพทย์ พัฒนาการส่งต่อและการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ One stop service มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ******************************************* 1 พฤษภาคม 2564 #กรมการแพทย์ #สายด่วน1668 #โควิด19

วันที่ 02 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เจ้าหน้าที่ภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ร่วมส่งผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่เดือนเมษายน ที่รักษาหายแล้วกลับบ้าน จำนวน 3 ราย โดยพยาบาลได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังออกจากโรงพยาบาลและการดูแลป้องกันตนเองตามมาตรการ DMHTT ณ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

เจ้าหน้าที่ภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ร่วมส่งผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่เดือนเมษายน ที่รักษาหายแล้วกลับบ้าน จำนวน 3 ราย โดยพยาบาลได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังออกจากโรงพยาบาลและการดูแลป้องกันตนเองตามมาตรการ DMHTT ณ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

วันที่ 08 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

นางวรรณา  ฉายอรุณ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ ต้อนรับคณะพยาบาล จากโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ในโอกาสเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ Cohort ward ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ COVID-19  ณ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี  เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

นางวรรณา ฉายอรุณ รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ ต้อนรับคณะพยาบาล จากโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ในโอกาสเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ Cohort ward ในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ณ โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

วันที่ 08 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ คุณเปรมฤดี ทิพย์ชิต รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล และคณะ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี เข้าเยี่ยมชมสถานที่ เพื่อวางแผนดำเนินการฉีดวัคซีน ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง ร่วมกับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ณ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ คุณเปรมฤดี ทิพย์ชิต รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล และคณะ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี เข้าเยี่ยมชมสถานที่ เพื่อวางแผนดำเนินการฉีดวัคซีน ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมือง ร่วมกับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ณ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564

วันที่ 08 พ.ค. 2564

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ