ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

สบยช. เตือนภัย ขนมผสมกัญชา อันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงกระทบสมอง หัวใจ และสุขภาพจิต

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการบริโภคอาหารและขนมที่มีส่วนผสมของกัญชา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ไม่มีฉลาก ที่ถูกต้อง หรือไม่ระบุปริมาณสาร THC อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมอง ระบบประสาท หัวใจ และสุขภาพจิต พร้อมเตือนว่า การใช้กัญชา โดยเฉพาะการใช้บ่อยหรือเริ่มใช้ตั้งแต่อายุน้อย มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่เพิ่มขึ้น โดยเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กัญชามีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล(Tetrahydrocannabinol: THC) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท การบริโภคอาหารและขนมผสมกัญชา เช่น เยลลี่ ลูกอม หรือช็อกโกแลต อาจทำให้ได้รับสาร THC มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารจะเริ่มออกฤทธิ์หลังรับประทานประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง และอาจมีฤทธิ์ต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง ทำให้บางรายรับประทานซ้ำก่อนสารออกฤทธิ์ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ง่วงซึม สับสน ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล หวาดระแวง หรือประสาทหลอน หากได้รับในปริมาณมากอาจเกิดอาการรุนแรง เช่น ชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะพิษจากกัญชารุนแรง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารผสมกัญชาที่ผลิตเพื่อจำหน่ายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย การอนุญาต และการแสดงฉลากของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ส่วนช่อดอกกัญชาจัดเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 และเป็นส่วนของพืชที่ห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 โดยการจ่ายเพื่อการรักษาต้องมีใบสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ขณะที่สารสกัดกัญชาที่มี THC เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีข้อกำหนดควบคุมการใช้และการจำหน่ายเป็นการเฉพาะ นายแพทย์ธิติ ดวงสร้อยทอง รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สาร THC ในกัญชาส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะด้านความจำ สมาธิ การเรียนรู้ การตัดสินใจ และการควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล หวาดระแวง และประสาทหลอน มีหลักฐานทางวิชาการพบว่าการใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มใช้กัญชาตั้งแต่อายุน้อย ใช้เป็นประจำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ความเข้มข้นสูง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้กัญชาทุกคนจะเป็นโรคจิตเภท อีกทั้งการได้รับสาร THC ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดภาวะพิษเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งอาจมีอาการซึมมาก ชัก หรือหมดสติจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคขนมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ตรวจสอบฉลากและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ก่อนบริโภค รวมทั้ง เก็บผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ในภาชนะปิดมิดชิดและเก็บไว้ในที่ที่เด็กไม่สามารถเข้าถึง โดยผู้ปกครองควรให้ความรู้แก่บุตรหลานเกี่ยวกับอันตรายของกัญชา หากสงสัยว่าได้รับพิษจากกัญชา ควรรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง เนื่องจากภาวะพิษจากกัญชาที่รับประทานอาจแสดงอาการล่าช้าหลังได้รับสาร หากมีอาการชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th ************************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. #ยาเสพติด #กัญชา -ขอขอบคุณ-2 พฤศจิกาบน 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

โรงพยาบาลราชวิถีประสบความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด แบบต่อหลายเส้นเป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ ยกระดับการรักษาโรคหัวใจและทรวงอกด้วยการบรรลุความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Internal Mammary Artery Harvest with Total Coronary Revascularization via Anterior Thoracotomy : Robotic IMA Harvest + TCRAT) แบบต่อหลอดเลือดหลายเส้น (Multivessel) เป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุข ช่วยผู้ป่วยลดความเจ็บปวดจากการผ่าตัด ฟื้นตัวไว และลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถี ถือเป็นหน่วยงานหลักในสังกัดกรมการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในกระทรวงสาธารณสุขที่นำร่องด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ปัจจุบันการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นำมาใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคที่ต้องอาศัยการผ่าตัดที่ซับซ้อนในหลายระบบ เช่น โรคระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก, โรคระบบโสต ศอ นาสิก ได้แก่ โรคของต่อมทอลซิล และมะเร็งที่โคนลิ้น, โรคระบบศัลยศาสตร์ ได้แก่ โรคมะเร็งตับ และลำไส้ใหญ่, โรคระบบนรีเวช ได้แก่ เนื้องอกมดลูก ตลอดจน โรคระบบหัวใจและทรวงอก โดยปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถีได้ดำเนินการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ไปแล้วกว่า 1,600 ราย ความสำเร็จในการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแบบต่อหลายเส้นในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก “โครงการผ่าตัดหัวใจและทรวงอกด้วยหุ่นยนต์ของโรงพยาบาลราชวิถี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความเชี่ยวชาญของทีมบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตอบสนองต่อนโยบาย "ยกระดับภารกิจการให้บริการทางการแพทย์สู่ Super-Tertiary Services Excellence" ของกรมการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาใช้ในการรักษา นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าอกแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดแผลยาวถึง 20-25 เซนติเมตร การผ่าตัดแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะช่วยลดขนาดแผลลงเหลือเพียง 4–5 เซนติเมตร เท่านั้น ที่สำคัญคือ ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถทำการต่อหลอดเลือดหัวใจได้หลายเส้นผ่านแผลขนาดเล็ก โดยไม่ต้องผ่าเปิดกระดูกหน้าอก จึงช่วยลดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน และลดอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดได้อย่างมาก อีกทั้งยังรองรับการต่อหลอดเลือดได้ครอบคลุมตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละรายโดยไม่มีข้อจำกัดด้านจำนวนเส้น ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินการผ่าตัดสำเร็จสูงสุดถึง 4 เส้น การผ่าตัดในรูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สามารถกลับบ้านได้เร็วที่สุดภายใน 3 วันหลังการผ่าตัด และเฉลี่ยใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 4 ถึง 5 วันเท่านั้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาพักฟื้น 5-7 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความแข็งแรงของผู้ป่วยแต่ละราย) ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานและดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายแพทย์วิพุธ กอจรัญจิตต์ และ นายแพทย์กษิศักย์ เหลืองปฐมอร่าม ศัลยแพทย์โรคหัวใจและทรวงอกโรงพยาบาล ราชวิถี กล่าวต่อว่า ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูงของทีมศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก ร่วมกับทีมแพทย์ สหสาขาวิชาชีพ และทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง โดยได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายและการบริหารจัดการเป็นอย่างดีจาก นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และ นายแพทย์วิทวัส พิบูลย์ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมทรวงอก ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ให้ได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความปลอดภัยและทัดเทียมมาตรฐานสากล นอกจากนี้ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี นับเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จในการช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาขั้นสูง โดยได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ เพื่อลดข้อจำกัดทางด้านค่าใช้จ่ายและช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและมีความปลอดภัยสูงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์ความรู้ นำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการรักษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างยั่งยืน ************************************* #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน #MakeDMSExcellentAgain #ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็กด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด | ขอขอบคุณ | 30 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ โดย รพ.มหาวชิราลงกรณธัญบุรี จัดประชุมวิชาการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4  ครั้งที่ 8 ชูแนวคิด Value-based Excellence มุ่งจัดการความปวดและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างครบวงจร

โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ ผนึกกำลังคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4 ครั้งที่ 8 เนื่องในวัน World Hospice and Palliative Care Day 2026 ภายใต้หัวข้อ “การจัดการความปวด: องค์ประกอบสำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง” (Pain Management: An Essential Part of Palliative Care) มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการทางการแพทย์เฉพาะทางและเชื่อมโยงการดูแลจากโรงพยาบาลสู่ชุมชนอย่างไร้รอยต่อ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Make DMS Excellent Again” และค่านิยม “Value-based Excellence” เพื่อเป็นกรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน โดยเน้นการน้อมนำแนวพระราชดำริมาพัฒนางานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการทางการแพทย์สู่ความเป็นเลิศระดับตติยภูมิขั้นสูง (Super-Tertiary Services Excellence) ซึ่งโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี นับเป็นหน่วยบริการเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง ระดับตติยภูมิ ที่เป็นกำลังหลักของกรมการแพทย์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 มีศักยภาพสูงในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจคัดกรองค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก การตรวจรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ การรักษาด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง ที่ได้มาตรฐานสากล อาทิ การฉายรังสีและการใส่แร่อัตราปริมาณรังสีสูงแบบ 3 มิติ (3D Brachytherapy) การให้ยาเคมีบำบัดด้วยระบบหุ่นยนต์ผสมยาอัตโนมัติ (Robotic Cytotoxic IV Preparation) ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบองค์รวมผ่าน “หออภิบาลคุณภาพชีวิต” และการเชื่อมโยงระบบการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน รวมทั้งเป็นต้นแบบที่สำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง (Palliative Care) ทั้งนี้ การจัดงานเนื่องในวัน World Hospice and Palliative Care Day จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรครุนแรงได้รับการดูแลอย่างมีคุณค่า ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่าโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งระดับตติยภูมิ สังกัดกรมการแพทย์ รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยมะเร็งในเขตสุขภาพที่ 4 ครอบคลุม 8 จังหวัด โดยให้บริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร การจัดประชุมวิชาการร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะของบุคลากรในการจัดการอาการปวด การสื่อสาร และการวางแผนการดูแลล่วงหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยบูรณาการความร่วมมือของทีมสหวิชาชีพในการเชื่อมโยงบริการระหว่างสถานพยาบาลกับชุมชนให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจ มีเมตตา และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมวิชาการการดูแลแบบประคับประคอง เขตสุขภาพที่ 4 ครั้งที่ 8 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2569 โดยในปี 2026 นี้ มุ่งเน้นประเด็น “การจัดการความปวด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง ผ่านกระบวนการประเมินความปวดอย่างเป็นระบบ การเลือกวิธีบรรเทาอาการที่เหมาะสม และการนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาประยุกต์ใช้ เพื่อลดความทุกข์ทรมานและรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยในทุกช่วงของการเจ็บป่วย ภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ อภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเปิดเวทีให้บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ ได้นำเสนอผลงานวิชาการเพื่อต่อยอดงานประจำสู่งานวิจัยและนวัตกรรม (Research Hub Excellence) และการขยายเครือข่ายการเรียนรู้ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติภารกิจที่มีคุณค่าเพื่อประชาชน (PROUD TO BE DMS STAFF) อย่างแท้จริง #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี #การดูแลแบบประคับประคอง #กรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน ขอขอบคุณ | 30 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล  เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569  เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์  เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี   ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน  กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ มอบหมายให้ นางเขมจิต มุกดาดี รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นตัวแทนวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล  เข้าร่วมพิธี  ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำวางพานพุ่มถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เเละผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล นักเรียนพยาบาล เข้าร่วมพิธี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐานบนแท่นฐานเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากิจกรรมบำบัด ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมการแพทย์  โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติและคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  นำโดย อ.ดร.พรสวรรค์ โพธิ์สว่าง นักกิจกรรมบำบัดเชี่ยวชาญ ประธานคณะกรรมการจัดการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัด พร้อมด้วยคณาจารย์กิจกรรมบำบัด ร่วมดำเนินกิจกรรมการสอบนำเสนองานวิจัยทางกิจกรรมบำบัดของนิสิตกิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ  ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากิจกรรมบำบัด ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมการแพทย์ โดยสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติและคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำโดย อ.ดร.พรสวรรค์ โพธิ์สว่าง นักกิจกรรมบำบัดเชี่ยวชาญ ประธานคณะกรรมการจัดการศึกษาสาขากิจกรรมบำบัด พร้อมด้วยคณาจารย์กิจกรรมบำบัด ร่วมดำเนินกิจกรรมการสอบนำเสนองานวิจัยทางกิจกรรมบำบัดของนิสิตกิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 4 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569

วันที่ 02 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ