ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์ชี้ “ฝีดาษวานร”  รู้ประวัติเสี่ยง–รีบตรวจรักษา แนะหากพบตุ่มหรือแผลผิดปกติหลังสัมผัสเสี่ยง ควรพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย ลดโอกาสแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox หรือ Monkeypox) ในปัจจุบัน สถาบันโรคผิวหนังมีความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthopoxvirus genus. ที่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการสัมผัสผื่น ตุ่มน้ำ แผล หรือเยื่อบุของผู้ติดเชื้อ ประชาชนจึงควรทำความเข้าใจลักษณะการติดต่อและอาการของโรค เพื่อให้สามารถสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้อย่างเหมาะสม นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การติดต่อของโรคฝีดาษวานร สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสผื่น ตุ่มน้ำ แผล หรือเยื่อบุ รวมถึงการสัมผัสระหว่างมีเพศสัมพันธ์ การจูบ และการสัมผัสผิวหนังโดยตรง นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า และเครื่องนอน รวมถึงการสัมผัส สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจในระยะใกล้ ทั้งนี้ การติดเชื้อไวรัสไม่จำเป็นต้องเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดในรูปแบบอื่น โดยการอยู่ร่วมสถานที่หรือสัมผัสทั่วไปโดยไม่มีการสัมผัสเสี่ยง ไม่ถือเป็นช่องทางการแพร่เชื้อ ที่มีความเสี่ยงสูง นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การวินิจฉัยโรคฝีดาษวานร อาศัยการซักประวัติ การสัมผัสเสี่ยง การประเมินอาการและลักษณะรอยโรคทางผิวหนัง ร่วมกับการตรวจยืนยันสารพันธุกรรมของเชื้อด้วย วิธี Polymerase Chain Reaction (PCR) โดยเก็บตัวอย่างจากรอยโรคที่ผิวหนังหรือเยื่อบุ ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการ ต่อมน้ำเหลืองโต จึงไม่ควรใช้การไม่มีต่อมน้ำเหลืองโตเป็นเกณฑ์ในการตัดโรคออก สำหรับผู้ที่มีแผลบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ควรพิจารณาตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วยตามข้อบ่งชี้ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม นายแพทย์ปุณวิศ สุทธิกุลณเศรษฐ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคฝีดาษวานรมีระยะฟักตัวโดยทั่วไปประมาณ 3–17 วัน และอาจนานถึง 21 วันหลังได้รับเชื้อ โดยอาการอาจเริ่มจากไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และต่อมน้ำเหลืองโต ก่อนหรือร่วมกับการเกิดผื่นและตุ่มตามผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ในการระบาดยุคปัจจุบัน ผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการไม่ครบตามลักษณะดั้งเดิม หรือมีผื่นเพียงไม่กี่ตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือภายในช่องปาก บางรายอาจมีอาการเจ็บบริเวณทวารหนัก เจ็บขณะขับถ่าย หรือมีแผลบริเวณเยื่อบุ โดยไม่มีผื่นกระจายทั่วร่างกาย ลักษณะผื่น อาจเริ่มจากตุ่มแดงหรือตุ่มนูน พัฒนาเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และตกสะเก็ดตามลำดับ แต่ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีลักษณะและจำนวนผื่นแตกต่างกัน หากพบผื่น ตุ่ม หรือแผลผิดปกติ โดยเฉพาะหลังมีประวัติสัมผัสเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ การใช้ถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด แต่ไม่สามารถป้องกัน การติดเชื้อไวรัสได้ทั้งหมด เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยถุงยางอนามัยได้ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการสังเกตอาการและประวัติการสัมผัสเสี่ยง หากพบความผิดปกติของผิวหนังหรือสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษวานร (Mpox หรือ Monkeypox) ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย จากสถานพยาบาล เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น #โรคฝีดาษวานร #Monkeypox #โรคผิวหนัง #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคผิวหนัง #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต #สถาบันโรคผิวหนังที่ชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ -ขอขอบคุณ- 5 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 05 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์เตือนอันตราย “ฟ้าผ่า” ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงถึงเสียชีวิต ควรหลบฝนภายในอาคารที่มีผนังปิดรอบด้าน หลีกเลี่ยงการหลบใต้ต้นไม้หรือศาลาที่มีเพียงหลังคา เพราะยังเสี่ยงถูกฟ้าผ่า

กรมการแพทย์แนะผู้ทำงาน เล่นกีฬา และทำกิจกรรมกลางแจ้ง ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากได้ยินฟ้าร้องให้หยุดกิจกรรมและเข้าที่ปลอดภัยทันที อย่าหลบฝนใต้ต้นไม้หรือในศาลาที่ไม่มีผนังปิดรอบด้าน เพราะยังเสี่ยงถูกฟ้าผ่า รออย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายก่อนกลับออกไป พร้อมย้ำผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย สามารถสัมผัสเพื่อช่วยเหลือได้ หากหมดสติและไม่หายใจตามปกติ ให้โทร 1669 และเริ่มช่วยฟื้นคืนชีพทันที นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวผู้เสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าระหว่างทำกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ตามแนวทางการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เกษตรกร คนงานก่อสร้าง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โล่ง นักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่สนาม และผู้ร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง โดยนายจ้างและผู้จัดกิจกรรมควรติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศ กำหนดผู้รับผิดชอบสั่งหยุดงานหรือการแข่งขัน จัดเตรียมอาคารหลบภัยและเส้นทางเข้าถึงที่ชัดเจน รวมทั้งซักซ้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสื่อสารความรู้ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายและลดความสูญเสียที่ป้องกันได้ นายแพทย์กนก อุตวิชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนตระหนักว่า ฟ้าผ่าอาจเกิดขึ้นได้แม้บริเวณที่อยู่ยังไม่มีฝนตก จึงไม่ควรรอให้ฝนตกหนักหรือเห็นฟ้าผ่าใกล้ตัวก่อนตัดสินใจหลบภัย หากฟ้าผ่าเข้าร่างกายอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ เกิดแผลไหม้ และบาดเจ็บต่อระบบประสาท รวมถึงบาดเจ็บจากการล้มหรือแรงกระแทก การป้องกันจึงต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนออกไปทำกิจกรรม โดยมีข้อแนะนำสำคัญ ได้แก่ 1. ได้ยินฟ้าร้อง ให้หยุดกิจกรรมทันที รีบเข้าสู่อาคารปิดที่มั่นคง หรือรถยนต์หลังคาแข็งที่ปิดกระจกสนิท ไม่รอให้พายุเข้าประชิด และไม่ใช้รถกอล์ฟหรือรถเปิดประทุนเป็นที่หลบภัย 2. หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ที่ยืนเดี่ยว เสาไฟ ศาลาเปิดโล่ง เพิง หรือเต็นท์ ออกจากแหล่งน้ำและพื้นที่สูง หลีกเลี่ยงการสัมผัสรั้วโลหะและอุปกรณ์นำไฟฟ้า และไม่นอนราบกับพื้นกลางแจ้ง 3. อยู่ในที่ปลอดภัยอย่างน้อย 30 นาทีหลังเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย หากได้ยินฟ้าร้องอีกให้เริ่มนับเวลาใหม่ ไม่กลับออกไปเพียงเพราะฝนเบาลงหรือหยุดตก ขณะอยู่ภายในอาคารควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก ระบบประปา และโทรศัพท์แบบมีสาย 4. พบผู้ถูกฟ้าผ่า โทร 1669 และช่วยเหลืออย่างถูกวิธี ประเมินความปลอดภัยของบริเวณเกิดเหตุก่อนเข้าช่วย ผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างในร่างกาย จึงสามารถสัมผัสเพื่อช่วยเหลือได้ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจตามปกติ หรือหายใจเฮือก ให้เริ่มช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) หากมี โดยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สายด่วน 1669 และเสียงแนะนำของเครื่อง จนกว่าทีมฉุกเฉินจะเข้ารับช่วงดูแล สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ฝืนทำงานหรือเล่นกีฬาต่อเมื่อมีสัญญาณพายุ การหยุดกิจกรรมให้ทันและมีที่หลบภัยที่เหมาะสม ************************************************* #กรมการแพทย์ #กระทรวงสาธารณสุข #โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี #เตือนภัยฟ้าผ่า #ฟ้าร้องต้องหยุด #ปลอดภัยจากฟ้าผ่า #กิจกรรมกลางแจ้ง #กรมการแพทย์ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน -ขอขอบคุณ- 3 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 04 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

รู้จักกับภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง (Leukocytoclastic Vasculitis):จุดแดงตามขาที่ห้ามมองข้าม

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากสถานการข่าวผื่นขึ้นขาหลังกลับมาจากต่างประเทศรักษา 2 ปี ไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งผิวหนังของเรา โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้งหรือข้อเท้า มีจุดแดงๆ หรือจ้ำเลือดขึ้นมาเป็นปื้น จับดูแล้วรู้สึกนูนๆ และเมื่อเอานิ้วกดลงไป สีแดงก็ไม่จางหายไป อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า Leukocytoclastic Vasculitis (LCV) หรือโรคเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่มีการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กที่อยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อหลอดเลือดอักเสบ ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลง ทำให้มีเลือดซึมออกมาใต้ผิวหนังจนเห็นเป็นจุดแดงหรือจ้ำเลือด (รอยช้ำ) นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ที่พบจุดแดงนูนหรือจ้ำสีม่วงบริเวณขา โดยเฉพาะผื่นที่กดแล้วสีไม่จาง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามาใช้รักษาด้วยตนเอง เนื่องจากผื่นลักษณะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับโรคอื่นภายในร่างกายได้ เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน และยกขาสูงขณะพัก เพื่อลดแรงดันในหลอดเลือด ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ ปวดข้อ ผื่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนังอาจเกิด จากหลายสาเหตุ ได้แก่ การแพ้ยา ยาบางชนิดกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เช่น ยาปฏิชีวนะ (กลุ่มเพนิซิลลิน, ซัลฟา) ยาแก้ปวดแก้อักเสบ (NSAIDs) หรือยาขับปัสสาวะ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา เช่น การติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ที่คอ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคลูปัสและโรครูมาตอยด์ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน การประเมินหาสาเหตุจึงมีความสำคัญ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงกับภาวะ ที่พบ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น นายแพทย์ธัญญศักดิ์ เบศรภิญโญวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจพิจารณาตัดชิ้นเนื้อผิวหนังส่งตรวจทาง พยาธิวิทยา รวมถึงตรวจเลือดและปัสสาวะเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่ามีการอักเสบที่อวัยวะภายใน เช่น ไต ร่วมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากเกิดจากยาหรือการติดเชื้อ แพทย์จะพิจารณาจัดการกับสาเหตุนั้นโดยเหมาะสมส่วนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรังอาจจำเป็นต้องได้รับยาเพื่อลดการอักเสบภายใต้การดูแล ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ***************************************** #ภาวะเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง #LeukocytoclasticVasculitis #โรคผิวหนัง #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคผิวหนัง #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต #สถาบันโรคผิวหนังที่ชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ -ขอขอบคุณ- 3 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 03 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐินประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานผ้าพระกฐินให้นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ อัญเชิญไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดหลักเมตร(ธ) อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐิน ซึ่งมีนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมพิธี ซึ่งจัดพิธีโดยโรงพยาบาลสงฆ์นำโดย นายแพทย์รัฐดำรง ธรรมโชติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลสงฆ์ ณ หอฉันโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐินประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก   สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานผ้าพระกฐินให้นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ อัญเชิญไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดหลักเมตร(ธ) อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐิน ซึ่งมีนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมพิธี ซึ่งจัดพิธีโดยโรงพยาบาลสงฆ์นำโดย นายแพทย์รัฐดำรง ธรรมโชติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลสงฆ์ ณ หอฉันโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐินประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานผ้าพระกฐินให้นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ อัญเชิญไปทอดถวายแด่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดหลักเมตร(ธ) อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชองค์ผ้าพระกฐิน ซึ่งมีนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารบุคลากรกรมการแพทย์ ร่วมพิธี ซึ่งจัดพิธีโดยโรงพยาบาลสงฆ์นำโดย นายแพทย์รัฐดำรง ธรรมโชติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลสงฆ์ ณ หอฉันโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 06 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา กรมการแพทย์ เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา นำโดย นพ.ธนูรัตน์ พุทธชาติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางนุรินยา แหละหมัด นายสุริยา สวัสดี รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ พร้อมด้วยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ทั้ง 4 ประเด็น ประกอบด้วย การขับเคลื่อนงานวิจัยด้านยาเสพติด การให้บริการตามรูปแบบ Premium Service ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศผู้ป่วย และด้านมาตรฐานการดูแลรักษา รวมถึงวางแผนการพัฒนาต่อเนื่องทุกระบบ โดยมี นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 4 - 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุมค้ำคูณ ชั้น 4 อาคารธัญญพัฒน์ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น

โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา กรมการแพทย์ เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา นำโดย นพ.ธนูรัตน์ พุทธชาติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางนุรินยา แหละหมัด นายสุริยา สวัสดี รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ พร้อมด้วยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ทั้ง 4 ประเด็น ประกอบด้วย การขับเคลื่อนงานวิจัยด้านยาเสพติด การให้บริการตามรูปแบบ Premium Service ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศผู้ป่วย และด้านมาตรฐานการดูแลรักษา รวมถึงวางแผนการพัฒนาต่อเนื่องทุกระบบ โดยมี นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 4 - 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุมค้ำคูณ ชั้น 4 อาคารธัญญพัฒน์  โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น

โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา กรมการแพทย์ เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ------------------------------------------------------- เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา นำโดย นพ.ธนูรัตน์ พุทธชาติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางนุรินยา แหละหมัด นายสุริยา สวัสดี รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ พร้อมด้วยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 สัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ทั้ง 4 ประเด็น ประกอบด้วย การขับเคลื่อนงานวิจัยด้านยาเสพติด การให้บริการตามรูปแบบ Premium Service ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศผู้ป่วย และด้านมาตรฐานการดูแลรักษา รวมถึงวางแผนการพัฒนาต่อเนื่องทุกระบบ โดยมี นายแพทย์ชาญชัย ธงพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 4 - 5 พฤศจิกายน 2569 ณ ห้องประชุมค้ำคูณ ชั้น 4 อาคารธัญญพัฒน์ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น

วันที่ 06 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์ นำโดยแพทย์หญิงศุภมาส อำพล นายแพทย์เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยนางสาวสุดารัตน์ จันตาเงิน พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ และนายภากร ไทยานันท์ เภสัชกร ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงและการปฐมนิเทศก่อนเดินทางไปปฏิบัติงาน ณ ดินแดนพุทธภูมิ เข้ารวมอบรม ณ ศูนย์ฝึกทักษะเสมือนจริงราชวิถี - ม.รังสิต กรมการแพทย์ และปฐมนิเทศ ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2569

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรมการแพทย์ นำโดยแพทย์หญิงศุภมาส อำพล นายแพทย์เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยนางสาวสุดารัตน์ จันตาเงิน พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ และนายภากร ไทยานันท์ เภสัชกร ร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงและการปฐมนิเทศก่อนเดินทางไปปฏิบัติงาน ณ ดินแดนพุทธภูมิ เข้ารวมอบรม ณ ศูนย์ฝึกทักษะเสมือนจริงราชวิถี - ม.รังสิต กรมการแพทย์ และปฐมนิเทศ ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 06 พ.ย. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ