ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

มะเร็งตับ พบมากเป็นอันดับ 1 ของคนไทย

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เผยว่า มะเร็งตับ พบมากเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งที่พบทั้งหมดในคนไทย แต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตราว 16,000 ราย นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดประมาณ 139,000 ราย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทยรายงานผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีรายใหม่ 22,213 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 16,288 ราย ซึ่งมะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ มะเร็งของเซลล์ตับและมะเร็งท่อน้ำดีตับ สาเหตุของมะเร็งเซลล์ตับอาจเป็นผลมาจากการมีภาวะตับแข็ง การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และการดื่มสุรา ส่วนสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดีอาจเกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ รวมถึงการมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเกี่ยวกับอาการของมะเร็งตับว่า ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแสดงแตกต่างกัน ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่มีอาการในระยะแรก อาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เป็นต้น ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า การป้องกันโรคทำได้โดยการให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบชนิดบีในเด็กแรกเกิดทุกคน ปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา รับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เช่น ไม่รับประทานปลาน้ำจืดดิบ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารที่อาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน หากสงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังหรือมีประวัติเป็นโรคตับอักเสบ ควรรับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อสามารถพบรอยโรคได้เร็ว ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับลงได้ ขอขอบคุณ 17 กันยายน 2564

วันที่ 17 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

กรมการแพทย์แนะวัยเรียนดูแลสุขภาพช่องปาก  ในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม ห่วงเด็กวัยเรียนที่เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 เสี่ยงฟันผุ แนะพ่อแม่ใส่ใจเด็ก โดยสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก บริโภคอาหารหลัก 3 มื้อ ไม่ควรรับประทานอาหารหรือขนมจุบจิบ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม ลูกอม และแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากเด็กวัยเรียนในช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยและวัยเรียน เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงชุดฟันในช่องปากจากฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ ซึ่งฟันที่เพิ่งขึ้นในช่องปากมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ เนื่องจากการสะสมแร่ธาตุที่ผิวฟันยังไม่สมบูรณ์ และเด็กอาจแปรงฟันไม่ถูกวิธี รวมทั้งมีพฤติกรรม เช่น ดื่มน้ำอัดลม กินขนมกรุบกรอบ นอกจากนี้อาจเกิดปัญหาอุบัติเหตุต่อฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก จากการที่เด็กเล่นระหว่างอยู่ที่บ้านโดยขาดความระมัดระวัง ซึ่งปัญหาสุขภาพในช่องปากของเด็กวัยเรียน เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อภาวะการเจริญเติบโต จึงควรเสริมสร้างและพัฒนาเพื่อให้เด็กเกิดความเคยชินเป็นนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต เกิดสุขนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก ด้วยการแปรงฟันและบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด19 ที่ต้องใช้การเรียนแบบออนไลน์ เด็กวัยเรียนจะมีเวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าปกติ ซึ่งอาจละเลยการดูแลช่องปากและการบริโภคอาหารที่ถูกต้อง เพราะโรคฟันผุและสภาวะเหงือกอักเสบ เป็นปัญหาสำคัญของเด็กวัยเรียน การสูญเสียฟันถาวรตั้งแต่วัยเด็กจะส่งผลต่อระบบบดเคี้ยวตลอดชีวิต หากไม่ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ปัญหาจะสะสมและรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยทำงานและวัยสูงอายุ ดังนั้นจึงควรเสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดีให้แก่เด็ก ด้วยการบริโภคอาหารหลัก 3 มื้อ โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า ไม่รับประทานอาหารหรือขนมจุบจิบ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม ลูกอม เพราะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและควรแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งการแปรงฟันต้องแปรงให้สะอาดทั่วถึง แปรงฟันทุกซี่ ทุกด้าน ที่สำคัญผู้ปกครองควรฝึกให้เด็กตรวจฟันตนเอง เพื่อให้ทราบว่าแปรงฟันสะอาดดีหรือยัง มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีสิ่งผิดปกติในช่องปากหรือไม่ และหากพบปัญหาให้รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป ************************************ ขอขอบคุณ 16 กันยายน 2564 #กรมการแพทย์ #สถาบันทันตกรรม #ฟันผุในเด็ก #ดูแลช่องปากวัยเรียนช่วงโควิด19 #ดูแลสุขภาพช่องปากในเด็ก

วันที่ 16 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

แพทย์เตือนโปรตีนในสมองผิดปกติ ส่งผลโรคซีเจดีสมองเสื่อมรวดเร็วและรุนแรง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยช่วงวัย 40-60 ปีขึ้นไป เสี่ยงภาวะสมองเสื่อมรุนแรงในระยะเวลารวดเร็ว จากการทำงานผิดปกติของโปรตีนพรีออนในสมอง แนะควรได้รับการตรวจเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น จะมีผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมากถึงประมาณ 600,000-800,000 คน ซึ่งส่วนมากพบในอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แต่จะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มีภาวะสมองเสื่อมรุนแรงในระยะเวลารวดเร็วภายใน 1-2 ปี พบในช่วงอายุ 40-60 ปี ซึ่งเป็นคนวัยทำงาน โรคกลุ่มนี้เรียกว่า “กลุ่มโรคสมองเสื่อมที่มีการถดถอยรวดเร็วและรุนแรง”(Rapidly progressive dementia) ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อในสมอง สมองอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำงานไวผิดปกติ การได้รับสารพิษ ภาวะขาดสารอาหารรุนแรง โรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และเนื้องอกสมอง สาเหตุเหล่านี้ถ้าได้รับการรักษาอย่างทันทวงทีจะช่วยชะลอความเสื่อมถอยด้านความจำ หรือความจำกลับมาสู่ภาวะปกติเท่ากับก่อนป่วยได้ อย่างไรก็ตามยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถรักษาได้ ส่งผลทุพพลภาพ ในระยะเวลาอันสั้น คือโรคซีเจดี ซึ่งเกิดจากการทำงานผิดปกติของโปรตีนในสมองที่เรียกว่า พรีออน (Prion) เป็นโปรตีนลักษณะพิเศษที่ทำให้โปรตีนอื่น กลายสภาพเป็นโปรตีนพรีออนผิดปกติที่เพิ่มมากขึ้นเองได้ เมื่อเข้าสู่สมองคนในระยะเวลารวดเร็วไม่กี่เดือนเซลล์ประสาทจะตาย ทำให้ความสามารถของสมองถดถอยไม่สามารถฟื้นกลับสู่ภาวะปกติได้อีก นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคซีเจดีพบได้ในทุกเพศ ช่วงอายุที่พบบ่อยประมาณ 55-75 ปี มีภาวะเสื่อมถอยด้านความคิดความจำในระยะเวลาที่รวดเร็วและรุนแรงไม่กี่เดือน เช่น ความจำแย่ลง การทำงานผิดพลาด และยังพบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมและจิตใจผิดปกติ เช่น เห็นภาพหลอน เอะอะโวยวาย หรือเฉยเมย การพูดและการเคลื่อนไหวช้าลง ญาติและผู้ใกล้ชิดควรสังเกตผู้ป่วยว่ามีอาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแบบรวดเร็ว ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการกระตุกตามแขนขาและลำตัวแบบไม่รู้สาเหตุ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ กระทั่งนอนติดเตียง และเสียชีวิตภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หรือ 1 ปี สาเหตุเกิดจาก 1.ความเสื่อมถอยของโปรตีนและสารเคมีในสมอง 2.โรคพันธุกรรมในครอบครัว 3.ถ่ายทอดแบบการติดเชื้อ เช่น เคยมีการติดเชื้อจากการกินเนื้อวัวที่เป็นโรควัวบ้าที่เคยระบาดในยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษ จากสัตว์สู่คนและคนสู่คนได้ ด้านการรักษาแพทย์จะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ส่งตรวจ MRI ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง และตรวจเลือดหรือน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจสารเคมีในสมอง และอาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมอาการพฤติกรรมวุ่นวายและลดอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ เป็นต้น การป้องกันจะเน้นความเสี่ยงในการติดเชื้อจากโปรตีนพรีออนใน 2 ด้าน 1.จากคนสู่คน 2.จากสัตว์สู่คน เช่น การหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยหากสงสัยว่าผู้ป่วยมีอาการเข้าได้กับโรคซีเจดี ควรรีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยเร็ว เพราะเป็นประโยชน์ต่อการรักษา เนื่องจากมีโรคอื่นอีกหลายโรคที่อาจ มีอาการคล้ายกับโรคซีเจดี หากพบว่าเป็นโรคซีเจดีจริง ยังช่วยควบคุมความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรค และการรักษาตามอาการยังช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลได้ *************************************** #กรมการแพทย์ #สถาบันประสาทวิทยา #โรคซีเจดี(CJD) -ขอขอบคุณ- 15 กันยายน 2564

วันที่ 15 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

แพทย์หญิงนิธิมา  ศรีเกตุ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เขตสุขภาพที่ 11 นางปนัดดา กลับรินทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรมการแพทย์ เข้าร่วมประชุม EOC ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระลอกใหม่ ครั้งที่ 31/2564 ผ่านระบบ Teleconference โดยมี นายแพทย์พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เป็นประธาน ณ สำนักการแพทย์เขตสุขภาพที่ 11 วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์เขตสุขภาพที่ 11 นางปนัดดา กลับรินทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรมการแพทย์ เข้าร่วมประชุม EOC ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระลอกใหม่ ครั้งที่ 31/2564 ผ่านระบบ Teleconference โดยมี นายแพทย์พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เป็นประธาน ณ สำนักการแพทย์เขตสุขภาพที่ 11 วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564

วันที่ 17 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ นำโดยแพทย์หญิงศุภมาส อำพล หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมรับมอบ “ถุงสร้างสุข” จำนวน 12 ใบ จากกลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อมอบให้กับเด็กที่ติดเชื้อ COVID-19 ที่รักษาในโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โดยภายในมีของขวัญเป็นสมุดภาพระบายสี หนังสือนิทาน และของเล่นเสริมพัฒนาการต่างๆ ตามวัย มอบเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ รับมอบ ณ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564

โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ นำโดยแพทย์หญิงศุภมาส อำพล หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ร่วมรับมอบ “ถุงสร้างสุข” จำนวน 12 ใบ จากกลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ เพื่อมอบให้กับเด็กที่ติดเชื้อ COVID-19 ที่รักษาในโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โดยภายในมีของขวัญเป็นสมุดภาพระบายสี หนังสือนิทาน และของเล่นเสริมพัฒนาการต่างๆ ตามวัย มอบเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ รับมอบ ณ โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564

วันที่ 17 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

นายแพทย์ธวัช ลาพินี  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา  เป็นประธานในการแสดงมุทิตา งานเกษียณอายุราชการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและมอบของที่ระลึกแก่ผู้เกษียณอายุราชการ ในปี 2564 จำนวน 6 คน 1.นางกมลรัตน์ มีสา  2.นางวาสนา รักษ์ทอง  3.นายภารดร จีนนุกูล  4.นางอารี ศิริพันธ์  5.นางสินี วงษ์โสพนากุล  6.นางฐิติพร อรพิพัฒน์พงศ์ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564

นายแพทย์ธวัช ลาพินี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา เป็นประธานในการแสดงมุทิตา งานเกษียณอายุราชการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและมอบของที่ระลึกแก่ผู้เกษียณอายุราชการ ในปี 2564 จำนวน 6 คน 1.นางกมลรัตน์ มีสา 2.นางวาสนา รักษ์ทอง 3.นายภารดร จีนนุกูล 4.นางอารี ศิริพันธ์ 5.นางสินี วงษ์โสพนากุล 6.นางฐิติพร อรพิพัฒน์พงศ์ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564

วันที่ 17 ก.ย. 2564

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

เอกสารเผยแพร่ เอกสารเผยแพร่

เอกสาร งานนำเสนอผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการผุ้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรมการแพทย์ 2563

วันที่ 07.09.2564

เอกสาร รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรมการแพทย์ ปี 2563

วันที่ 07.09.2564

เอกสาร Visual Communication ถอดบทเรียนการประชุม 5th National Palliative and Hospice Care Conference (NPHC 2021) ออนไลน์ “THEME: Palliative Care - My care, My Comfort: เลือกสุขได้ ที่ปลายทาง” วันที่ 13 สิงหาคม 2564

วันที่ 31.08.2564

เอกสาร รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรมการแพทย์ ในโครงการพัฒนาการบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal of Medical Servies) ในสถานพยาบาลแต่ละระดับ จังหวัดปัตตานี ปี 2563

วันที่ 19.04.2564

เอกสาร คุ่มือสำหรับผู้ใช้งาน E-research

วันที่ 31.03.2564

เอกสาร คู่มือการให้บริการประชาชน (พ.ค. 63) สถาบันวิจัยและประเมินเทคดนโลยีทางการแพทย์

วันที่ 31.03.2564

หน่วยบริการ หน่วยบริการ