ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

ดร.สาธิต ย้ำคงเข้มมาตรการควบคุมโรค พร้อมสนับสนุนเปิดประเทศใน 120 วัน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร และศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ย้ำกระทรวงสาธารณสุขยังคงเข้มการเฝ้าระวังควบคุมโรค ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ให้บริการฉีดวัคซีนร่วมกับกทม. พร้อมทำงานเต็มที่เพื่อเปิดประเทศในอีก 120 วันตามนโยบายรัฐบาล วันนี้ (17 มิถุนายน 2564) ที่ ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร กระทรวงสาธารณสุข (Pre-Admission Center MOPH) อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากร ที่ปฏิบัติงาน โดย ดร.สาธิต กล่าวว่า วันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมศูนย์แรกรับ–ส่งต่อนิมิบุตร หลังจากที่ได้ปิดเพื่อทำความสะอาดใหญ่ และกลับมาเปิดรับผู้ติดเชื้อทั้งชาวไทยและต่างด้าวอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยพบผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์คนงานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทยอยเข้ารักษาเกือบเต็มแล้ว ช่วยให้ผู้ติดเชื้อโควิด 19ที่ติดค้างที่บ้านหรืออยู่ระหว่างรอเตียงในโรงพยาบาลเข้าสู่ระบบการรักษา และส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลหรือ Hospitel ตามระดับอาการอย่างเหมาะสม รวดเร็ว ข้อมูลตั้งแต่ 30 เมษายน-16 มิถุนายน 2564 ศูนย์แรกรับ-ส่งต่อนิมิบุตร รับผู้ป่วยสะสม จำนวน 3,696 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่ Walk-in เข้ามา 2,980 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาอยู่ 121 ราย ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีประกาศที่จะเดินหน้าเปิดประเทศใน 120 วัน กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ตามนโยบายรัฐบาล โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุม ศบค.เพื่อขับเคลื่อนต่อไป ในฐานะตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนข้อมูลวิชาการ เสนอความคิดเห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างจริงจังและทำงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน “ขอย้ำว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังอยู่ในระดับสูง แนวโน้มทรงตัว ขณะนี้คนส่วนใหญ่สนใจเรื่องวัคซีนมาก ซึ่งรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนไว้ฉีดให้คนในประเทศกว่า 100 ล้านโดสภายในปี 2564 โดยทำควบคู่กันกับการเฝ้าระวังควบคุมโรคและการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งความร่วมมือประชาชนในการป้องกันตัวเองตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขและกทม. และทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง จะช่วยให้สถานการณ์โควิด 19 ดีขึ้น" ดร.สาธิตกล่าว นอกจากนี้ ดร.สาธิตได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ในกลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรังในพื้นที่ กทม. ที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมและถูกเลื่อนนัดในเดือนมิถุนายน เปิดให้บริการวันนี้เป็นวันที่ 2 โดยได้จัดเตรียมวัคซีนไว้รองรับวันละ 2,000 โดส ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีน ที่สถานีกลางบางซื่อ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม–16 มิถุนายน ฉีดวัคซีนไปแล้ว 276,072 โดส ประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชมและพึงพอใจในระบบให้บริการ *********************************** 17 มิถุนายน 2564

วันที่ 18 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

ประเดิมวันแรก สธ. ช่วยฉีดวัคซีนโควิดให้กลุ่มหมอพร้อมถูกเลื่อนนัดได้ 1 พันกว่าคน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยช่วยฉีดวัคซีนโควิด 19 วันแรกให้ผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมที่ถูกเลื่อนนัดเดือนมิถุนายน มาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้มารับบริการ 1 พันกว่าคนมีความพึงพอใจ เผยวันนี้ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 6 แสนโดส กระจายตามสูตร ศบค. บ่ายวันนี้ (16 มิถุนายน 2564) ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง และผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ และคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังพื้นที่ กทม.ที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ถูกเลื่อนนัดในเดือนมิถุนายน นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้หารือกับทาง กทม. ว่าจะช่วยฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมที่ถูกเลื่อนนัดในเดือนมิถุนายน ให้มาฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ถือเป็นการแบ่งเบาภาระของ กทม. และช่วยกันทำงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนใน 2 กลุ่มนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากมีข้อมูลในต่างประเทศว่า หากทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้รับการฉีดจำนวนมากสามารถลดอัตราการเสียชีวิตลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีการลงทะเบียนฉีดทั่วประเทศแล้วกว่า 10 ล้านคน “การฉีดวัคซีนให้กลุ่มดังกล่าวในวันแรกบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้มารับการฉีดประมาณ 1 พันกว่าคน ซึ่งศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อมีการเตรียมวัคซีนไว้วันละ 2 พันโดส นัดมาชั่วโมงละ 200 คน เพื่อลดปัญหาการอคิวและความแออัด จากการสอบถามผู้สูงอายุที่ถูกเลื่อนนัดและมาฉีดวัคซีนในวันนี้ พบว่า แต่ละท่านมีความสุขและมีความพึงพอใจที่ได้รับวัคซีนเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทั้งนี้ ย้ำว่าเป็นการฉีดเก็บตกในคนที่ถูกเลื่อนหรือยกเลิกนัดการฉีดวัคซีน ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวที่ยังไม่ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนตามช่องทางต่างๆ เพื่อเข้ารับวัคซีนตามนัดหมายต่อไป” นายอนุทินกล่าว นายอนุทินกล่าวต่อว่า วัคซีนโควิด 19 มีการทยอยส่งมอบตามกำหนด สัปดาห์นี้จะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1.6 ล้านโดส โดยวันนี้ กรมควบคุมโรคได้รับมอบ 6 แสนโดส และได้กระจายลงพื้นที่ทันที เนื่องจากเป็นการผลิตภายในประเทศทำให้ตรวจรับรองรุ่นการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และวันที่ 18 มิถุนายนจะได้รับมอบอีก 1 ล้านโดส โดยการกระจายวัคซีนเป็นไปตามสูตรการคำนวณของ ศบค. ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 โรคเรื้อรังพื้นที่ กทม.จองผ่านหมอพร้อมที่ถูกเลื่อนนัดเดือนมิถุนายน ขอให้ติดต่อสอบถามโรงพยาบาลอีกครั้งก่อน เพราะอาจให้กลับมาฉีดตามเดิม หากต้องการฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ขอให้โทรนัดหมายผ่านคอลเซนเตอร์หมอพร้อม โทร.0-2792-2333 และมารับบริการทางประตูที่ 3 และ 4 ให้นำ SMS นัดหมายพร้อมบัตรประชาชนมายื่นกับเจ้าหน้าที่ ทางศูนย์ฯ ได้จัดจุด One Stop Service ฉีดกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการ สำหรับประชาชนกลุ่มอื่นๆ ที่มารับวัคซีน หากเป็นเข็มที่ 1 ขอให้เข้าประตูที่ 2, 3 และ 4 ส่วนเข็มที่ 2 ขอให้เข้าประตูที่ 1 เท่านั้น ขอให้มาตามเวลานัด นำใบนำทางหรือ SMS นัดหมาย พร้อมบัตรประชาชนมายื่นกับเจ้าหน้าที่ โดยข้อมูลการฉีดวัคซีนจะนำเข้าแอปพลิเคชันหมอพร้อม ซึ่งศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-20.00 น. *********************************** 16 มิถุนายน 2564

วันที่ 18 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

แพทย์ผิวหนังเตือนหญิงตั้งครรภ์พึงระวังครีมและยาควรหลีกเลี่ยง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนหญิงตั้งครรภ์พึงระวังครีมและยาที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก มักพบปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนฮอร์โมน ประกอบกับผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารกในครรภ์ นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า หญิงตั้งครรภ์พึงระวัง ควรเลือกครีมหรือยาที่ไม่มีสารต้องห้ามที่อาจส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ ตัวอย่างครีมหรือยาที่หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง คือ ยารักษาสิวควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ รวมไปถึงสารอนุพันธ์ ทั้งในรูปแบบยารับประทานและยาทา ซึ่งสามารถดูดซึมเข้ากระแสเลือด และผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ ทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้ นอกจากนี้ การใช้ยาสิวในกลุ่ม Benzoyl peroxide และ Salicylic acid (BHA,BHT) ยารักษาฝ้า หรือยารักษาจุดด่างดำที่ใบหน้า ควรหลีกเลี่ยงยาหรือครีมที่มีส่วนประกอบของสารไฮโดรควิโนน ซึ่งสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือด และมีผลต่อทารกในครรภ์ได้เช่นกัน อีกกลุ่มคือยาลดเม็ดสีที่มีส่วนผสมของปรอท ปนเปื้อนในครีมบางยี่ห้อในท้องตลาด เป็นอันตรายทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์ได้ แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนะนำหญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงครีมกันแดดในกลุ่มของ chemical sunscreen โดยเฉพาะ Oxybenzone, Octyl methoxycinnamate, Avobenzone, Dioxybenzone, Octocrylene และ para-aminobenzoic acid (PABA) เนื่องจากมีรายงานว่าอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดในกลุ่ม Physical sunscreen โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Non-nanoparticle formulation ส่วนครีมบำรุงผิว รักษารอยแตกลาย แนะนำให้ใช้ครีมที่ให้ความชุ่มชื้น ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสารที่มีวิตามินเอ กรดวิตามินเอเป็นส่วนประกอบ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การป้องกัน คือ ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ หรือมีข้อสงสัย พบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ยาที่ใช้อยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ ***************************************** #กรมการแพทย์ #สถาบันโรคผิวหนัง #แพทย์ผิวหนังแนะครีมและยาที่หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง - ขอขอบคุณ – 18 มิถุนายน 2564

วันที่ 18 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย จุดเน้นและข้อสั่งการของกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 ผ่านระบบ Video conference โดยมีนายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางสาวเยาวเรศว์ นาคะโยธินสกุล รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นางธมนวรรณ วิไลรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ คณะผู้บริหารและบุคลากร สบยช. ร่วมกับ ผู้อำนวยการและผู้แทนโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย  จุดเน้นและข้อสั่งการของกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 ผ่านระบบ Video conference โดยมีนายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)  นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางสาวเยาวเรศว์ นาคะโยธินสกุล รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นางธมนวรรณ วิไลรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ คณะผู้บริหารและบุคลากร สบยช. ร่วมกับ ผู้อำนวยการและผู้แทนโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย จุดเน้นและข้อสั่งการของกลุ่มธัญญารักษ์ 6+1 ผ่านระบบ Video conference โดยมีนายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) นายแพทย์อังกูร ภัทรากร รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนาระบบสุขภาพ นายแพทย์ล่ำซำ ลักขณาภิชนชัช รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางสาวเยาวเรศว์ นาคะโยธินสกุล รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นางธมนวรรณ วิไลรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ คณะผู้บริหารและบุคลากร สบยช. ร่วมกับ ผู้อำนวยการและผู้แทนโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ตึกอำนวยการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564

วันที่ 19 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร และประธานมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มอบอาหารกล่อง จำนวน 200 กล่อง และถุงปันสุข จำนวน 100 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี นายแพทย์ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมด้วยดร.จิราภรณ์ ศรไชย รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564

พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร และประธานมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มอบอาหารกล่อง จำนวน 200 กล่อง และถุงปันสุข จำนวน 100 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี นายแพทย์ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ พร้อมด้วยดร.จิราภรณ์ ศรไชย รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564

วันที่ 19 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

นางสุภัสรา อยู่สุข รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาลโรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) รับมอบหุ่นยนต์ “น้องอารี”รถส่งของบังคับทางไกลเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ จาก บริษัท เมตริก จำกัด และ บริษัท สยามสินธร จำกัด โดยผู้แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) เข้ามอบ ณ อาคารเลิศประชารักษ์ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)  ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564

นางสุภัสรา อยู่สุข รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาลโรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) รับมอบหุ่นยนต์ “น้องอารี”รถส่งของบังคับทางไกลเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ จาก บริษัท เมตริก จำกัด และ บริษัท สยามสินธร จำกัด โดยผู้แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) เข้ามอบ ณ อาคารเลิศประชารักษ์ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564

วันที่ 19 มิ.ย. 2564

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ