ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

โรงพยาบาลราชวิถี ชวนรู้จักโรค Acromegaly ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติ  สังเกตอาการให้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เผย โรค Acromegaly (อะโครเมกาลี) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone: GH) มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงบริเวณต่อมใต้สมอง ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนบางส่วนขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary adenoma) ซึ่งเป็นต่อมขนาดเล็กบริเวณฐานสมอง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมน การเจริญเติบโต เมื่อมีการหลั่ง GH มากเกินไป จะกระตุ้นให้ตับและเนื้อเยื่อสร้างฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่อเจริญเติบโตมากผิดปกติ โรคนี้มักพบในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัยกลางคน หากมีฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติก่อนกระดูกปิดในวัยเด็ก อาจทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า Gigantism หรือ ภาวะร่างยักษ์ อาการของโรค Acromegaly มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดอาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ จากภาพถ่ายเก่าหรือการเปรียบเทียบรูปร่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยอาการที่พบได้ ได้แก่ มือและเท้าใหญ่ขึ้น แหวนที่เคยใส่ได้เริ่มคับ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ใบหน้าเปลี่ยนแปลง กระดูกคิ้วและขากรรไกรล่างเด่นชัดขึ้น จมูกและริมฝีปากหนาขึ้น ช่องว่างระหว่างฟันอาจเพิ่มขึ้น ผิวหนังเปลี่ยนแปลง ผิวหนา หยาบหรือมันขึ้น เหงื่อออกมาก และอาจมีกลิ่นตัวเพิ่มขึ้น อาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการชามือจากเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ความผิดปกติระหว่างนอนหลับ กรนมากหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการจากเนื้องอกต่อมใต้สมอง ปวดศีรษะ การมองเห็นผิดปกติ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนผิดปกติ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน จึงไม่สามารถใช้ลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคได้ แพทย์หญิงนวพร นภาทิวาอำนวย นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ และหัวหน้างานโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติม โรค Acromegaly หากไม่ได้รับการรักษา ระดับฮอร์โมนที่สูงต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ระบบเผาผลาญ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ ระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กระดูกและข้อต่อ อาจเกิดข้อเสื่อม ปวดข้อ และข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ระบบประสาทและการมองเห็น เนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ อาจกดเบียดเส้นประสาทหรือโครงสร้างใกล้เคียง ทำให้ปวดศีรษะหรือการมองเห็นผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลควบคู่ไปกับการรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน การวินิจฉัยและการรักษา แพทย์จะประเมินจากอาการร่วมกับการตรวจระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะ IGF-1 ในเลือด และอาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการทดสอบระดับ GH รวมถึงการตรวจภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) บริเวณต่อมใต้สมองตามข้อบ่งชี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ได้แก่ การผ่าตัดเนื้องอก การใช้ยาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมน และการฉายรังสีในผู้ป่วยบางราย หากไม่ได้รับการรักษา โรค Acromegaly อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะมือและเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากพบความผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกและการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ************************************** #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี # โรค Acromegaly | ขอขอบคุณ |25 ตุลาคม 2569

วันที่ 25 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

หน้าฝนมือเท้าปากมาแล้ว หมอเด็กเตือน ลูกสะดุ้งผวาผิดสังเกต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ที่พบมากขึ้นช่วงฤดูฝนและเปิดภาคเรียน เด็กส่วนใหญ่หายเองได้ใน 1 สัปดาห์ แต่ต้องรู้จักสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรหลายสายพันธุ์ เช่น คอกซากีไวรัส A6, A16 และเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) พบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่อยู่รวมกันในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล หรือสถานที่เด็กชอบไป เช่น บ้านบอล ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก น้ำในตุ่มพอง และการไอจาม ที่ผู้ปกครองมักไม่ทราบคือเชื้อออกมากับอุจจาระได้นานหลายสัปดาห์แม้หายป่วยแล้ว การเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วไม่ล้างมือจึงเป็นทางส่งต่อเชื้อสำคัญ ส่วนของเล่นที่เด็กหยิบเข้าปากสลับกันก็เปรียบเหมือนไม้ผลัดส่งเชื้อจากเด็กคนหนึ่งไปอีกคน และเพราะเชื้อมีหลายสายพันธุ์ เด็กจึงป่วยซ้ำได้ นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการเริ่มด้วยไข้ เจ็บคอ ต่อมา 1-2 วันมีแผลในปาก ลิ้น เหงือก ร่วมกับผื่นหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจพบที่ก้นหรือหัวเข่า ส่วนใหญ่หายเองใน 7-10 วัน ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ ปัญหาที่พบบ่อยคือเด็กเจ็บปากจนไม่กินไม่ดื่มและขาดน้ำ ควรให้อาหารอ่อนและเย็น เช่น นมเย็น ไอศกรีม ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล สังเกตปัสสาวะที่น้อยลง และให้เด็กหยุดเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์หรือจนตุ่มแห้ง รศ.พิเศษ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ กล่าวต่อว่า เด็กส่วนน้อย โดยเฉพาะที่ติดเชื้อ EV71 อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจซึ่งทรุดลงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง อาการสะดุ้งผวาบ่อยผิดสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ไม่ได้นอนเคลิ้มหลับ เปรียบเหมือนไฟเตือนบนหน้าปัดรถที่บอกว่าเชื้อเริ่มรบกวนก้านสมอง หากเด็กมีไข้ตั้งแต่ 39 องศาเซลเซียสหรือนานเกิน 2 วัน ซึม ปลุกตื่นยาก อาเจียนบ่อย สะดุ้งผวา มือสั่น เดินเซ แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบ หรือมือเท้าเย็น ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ปัจจุบันมีวัคซีน EV71 สำหรับเด็ก 6 เดือนถึง 5 ปี ช่วยลดการป่วยรุนแรงจากสายพันธุ์นี้ แต่ไม่ป้องกันสายพันธุ์อื่น เช่น คอกซากีไวรัส A6 ที่พบมากในไทยช่วงหลัง วัคซีนชนิดนี้จึงเปรียบเหมือนเข็มขัดนิรภัยที่ไม่ได้ทำให้รถไม่ชน แต่ลดการบาดเจ็บรุนแรง การป้องกันที่ได้ผลทุกสายพันธุ์จึงยังเป็นการล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เพราะเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกลุ่มนี้ได้ไม่ดี ทำความสะอาดของเล่นด้วยน้ำยาฟอกขาวเจือจาง และไม่ใช้แก้วหรือช้อนร่วมกัน สถาบันฯ มีคลินิกวัคซีนเด็กและวัยรุ่น ทั้งในและนอกเวลาราชการและวันเสาร์ สอบถามโทร. 1415 สายตรงสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ************************************************************ #กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #หน้าฝนมือเท้าปากมาแล้ว หมอเด็กเตือน ลูกสะดุ้งผวาผิดสังเกต สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม ขอขอบคุณ 22 ตุลาคม 2569

วันที่ 22 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ ห่วงหมอกควันข้ามพรมแดนกระทบสุขภาพประชาชนภาคใต้ตอนล่าง ย้ำดูแลกลุ่มเสี่ยง–คนทำงานกลางแจ้ง

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แนะประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างติดตามคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รับมือหมอกควันจากไฟป่าข้ามพรมแดน ลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และจัดพื้นที่ปลอดฝุ่นภายในบ้าน พร้อมย้ำสถานประกอบการปรับรูปแบบงานและดูแลสุขภาพผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง หากมีอาการแน่นหน้าอกหรือหายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง จากสถานการณ์ไฟป่าบนเกาะสุมาตราและกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) ได้ประกาศเตือนภัยหมอกควันข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียนตอนใต้ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จึงมอบให้กรมการแพทย์ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกิจกรรมและลดการสัมผัสฝุ่นอย่างเหมาะสม นายแพทย์วีรวุฒิ กล่าวต่อว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจส่วนลึก ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด โดยอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา แสบจมูก แสบคอ ไอ และหายใจไม่สะดวก รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคภูมิแพ้มีอาการกำเริบ จึงขอให้กลุ่มเสี่ยงลดการสัมผัสฝุ่น ผู้มีโรคประจำตัวควรใช้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์ เตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า ประชาชนควรตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 และดัชนีคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือช่องทางของกรมควบคุมมลพิษก่อนออกจากบ้าน หากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง ควรลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายและกิจกรรมที่ใช้แรงมาก หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่มีมาตรฐานเทียบเท่าให้กระชับแนบชิดใบหน้า สำหรับภายในบ้านควรปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่ฝุ่นสูง จัดห้องหรือพื้นที่ปลอดฝุ่น ใช้เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมกับขนาดห้อง และลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น การสูบบุหรี่และการจุดธูป สำหรับผู้ทำงานกลางแจ้ง เช่น ตำรวจจราจร บุคลากรทางการเกษตร พนักงานกวาดถนน และไรเดอร์ส่งสินค้า มีโอกาสสัมผัสฝุ่นต่อเนื่องตลอดเวลาปฏิบัติงาน นายจ้างและสถานประกอบการควรประเมินความเสี่ยงจากคุณภาพอากาศ ปรับงานให้อยู่ภายในอาคารเท่าที่ทำได้ ลดระยะเวลาทำงานกลางแจ้งหรือสลับช่วงเวลาปฏิบัติงาน พร้อมจัดพื้นที่พักที่มีอากาศสะอาด จัดหาหน้ากาก N95 อย่างเพียงพอ และแนะนำวิธีสวมใส่อย่างถูกต้อง หากผู้ปฏิบัติงานมีอาการผิดปกติ ควรให้หยุดงานและออกจากบริเวณที่มีฝุ่นสูง หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรืออาการรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โทร. 02-548-1000 ต่อ 5708 #กรมการแพทย์ #กระทรวงสาธารณสุข #โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี #หมอกควัน #ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิตประชาชน -ขอขอบคุณ- 21 ตุลาคม 2569

วันที่ 22 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ จัดพิธีวางพวงมาลาน้อมรำลึก และกล่าวอาเศียรวาทถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต ๑๓ ตุลาคม โดยนายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากร ร่วมพิธี และตัวแทนหน่วยงานร่วมวางพานพุ่มดอกไม้ ณ โถงนิทรรศการชั้น ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษามหาราชินี วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ จัดพิธีวางพวงมาลาน้อมรำลึก และกล่าวอาเศียรวาทถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต ๑๓ ตุลาคม โดยนายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากร ร่วมพิธี และตัวแทนหน่วยงานร่วมวางพานพุ่มดอกไม้ ณ โถงนิทรรศการชั้น ๑ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษามหาราชินี วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙

วันที่ 24 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี กรมการแพทย์ เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ Zoom ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 5 โดยมีนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกรมวิชาการทุกกรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม การประชุมจัดขึ้นเพื่อรับทราบและติดตามสถานการณ์ ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) ชั้น 7 อาคาร 5 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี กรมการแพทย์  เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ Zoom ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 5  โดยมีนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกรมวิชาการทุกกรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม การประชุมจัดขึ้นเพื่อรับทราบและติดตามสถานการณ์ ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที  ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) ชั้น 7 อาคาร 5  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569

แพทย์หญิงนิธิมา ศรีเกตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี กรมการแพทย์ เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ Zoom ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 5 โดยมีนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกรมวิชาการทุกกรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม การประชุมจัดขึ้นเพื่อรับทราบและติดตามสถานการณ์ ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม รวมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) ชั้น 7 อาคาร 5 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569

วันที่ 24 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เป็นประธาน ในพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล  เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระพระบรมชนกาธิบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2569  โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรสถาบันมะเร็งแห่งชาติเข้าร่วมในพิธี  ณ ห้องประชุมสมชาย สมบูรณ์เจริญ ชั้น 5 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569

เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เป็นประธาน ในพิธีทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระพระบรมชนกาธิบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2569 โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรสถาบันมะเร็งแห่งชาติเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมสมชาย สมบูรณ์เจริญ ชั้น 5 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569

วันที่ 24 ต.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ