ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

เผยผลการสำรวจนิด้าโพล  รพ.สงฆ์เป็นหนึ่งในดวงใจของคณะสงฆ์ในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร

จากผลการสำรวจนิด้าโพลในโครงการสำรวจการรับรู้การเลือกโรงพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษา ของคณะสงฆ์ ประจำปี 2564 พบว่า โรงพยาบาลที่พระสงฆ์เลือกเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดการอาพาธในเขตสุขภาพที่ 13 กรุงเทพมหานคร พระสงฆ์เลือกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์มากที่สุด ร้อยละ 78.95 รองลงมา โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลศิริราช ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 5.26 และโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ร้อยละ 3.95 เขตสุขภาพที่ 1 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก) มากที่สุด ร้อยละ 36.87 เขตสุขภาพที่ 2 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลหล่มสักมากที่สุด ร้อยละ 83.04 เขตสุขภาพที่ 3 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์มากที่สุด ร้อยละ 79.45 เขตสุขภาพที่ 4 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยามากที่สุด ร้อยละ 38.27 เขตสุขภาพที่ 5 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลเขาย้อยมากที่สุด ร้อยละ 45.89 เขตสุขภาพที่ 6 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลพุทธโสธรมากที่สุด ร้อยละ 76.88 เขตสุขภาพที่ 7 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่นมากที่สุด ร้อยละ 54.42 เขตสุขภาพที่ 8 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดินมากที่สุด ร้อยละ 87.67 เขตสุขภาพที่ 9 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมามากที่สุด ร้อยละ 71.62 เขตสุขภาพที่ 10 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณมากที่สุด ร้อยละ 42.63 เขตสุขภาพที่ 11 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชมากที่สุด ร้อยละ 40.42 และเขตสุขภาพที่ 12 เลือกจะไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่มากที่สุด ร้อยละ 59.68 เพราะการเดินทางสะดวก เดินทางง่าย ใกล้วัด ได้รับสิทธิการรักษา และมีการปฏิบัติต่อพระสงฆ์ที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสงฆ์ เป็นสถาบันสุขภาพสงฆ์แห่งชาติ มีบทบาทหน้าที่ในการอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย เปิดให้บริการมาเป็นเวลายาวนานกว่า 70 ปี ในทุกปีจะพบพระสงฆ์จากกรุงเทพมหานครและจากทุกจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ ซึ่งให้บริการแบบผสมผสานและครอบคลุมทุกมิติอย่างไร้รอยต่อ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ในปัจจุบันพระสงฆ์เป็นกลุ่มที่เข้าถึงระบบบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้ยาก กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ จึงได้มีการจัดตั้งกองทุนอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสงฆ์ได้สร้างเครือข่ายโรงพยาบาลที่จะให้การอุปัฏฐากพระสงฆ์อาพาธทั่วประเทศที่เอื้อต่อพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นการดำเนินการสืบเนื่องจากนโยบายของนายแพทย์ชำนิ จิตตรีประเสริฐ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พระสงฆ์อาพาธทุกรูปได้รับความสะดวกต่อการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลใกล้วัดที่พระสงฆ์จำพรรษา และได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมกับสมณสารูปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งยังเป็นการพัฒนาระบบการให้บริการของโรงพยาบาลสงฆ์ต่อไปด้วย ************************************************ #กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลสงฆ์เป็นหนึ่งในดวงใจของคณะสงฆ์ #การสำรวจนิด้าโพล - ขอขอบคุณ - 15 ตุลาคม 2564

วันที่ 15 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

เตือนภัยยาเสพติดทำให้ผู้เสพขาดสติ แนะครอบครัวระมัดระวังเร่งพาไปบำบัดก่อนจะสาย

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนภัย ยาเสพติดทำให้ผู้เสพขาดสติ มีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง แนะครอบครัวที่มีผู้เสพยา ต้องระมัดระวังตนเอง รีบพาไปพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาต่อไป นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกระแสข่าวการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ที่มีสาเหตุมาจากการใช้ยาและสารเสพติดบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย พ่อแม่ หรือบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายได้รับยาและสารเสพติดเป็นระยะเวลานาน ยาและสารเสพติดจะเข้าไปทำลายสมองในส่วนที่ควบคุมการใช้ความคิด ส่งผลให้สมองส่วนอยากอยู่เหนือสมองส่วนคิด ทำให้ผู้เสพทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หมกมุ่นและจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เสพยา ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองหรือบุคคลในครอบครัว ควรพูดคุยบอกกล่าวถึงอันตรายที่จะตามมา ทั้งนี้ต้องระมัดระวังตนเอง หมั่นสังเกตพฤติกรรมหากพบมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาทางช่วยเหลือ หรือรีบพาไปปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยสามารถขอรับคำปรึกษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือเข้ารับการบำบัดได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลาและปัตตานี นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เป็นหน่วยงานหลักของกรมการแพทย์ ที่ให้การบำบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด ซึ่งกระบวนการบำบัดรักษาไม่ได้ยุ่งยากหรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยาและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน ซึ่งการบำบัดรักษามี 2 รูปแบบ คือ แบบผู้ป่วยนอก รักษาในรูปแบบกาย จิต สังคมบำบัดแบบไปกลับ ใช้กระบวนการรักษาทางกาย การปรับเปลี่ยนความคิด พฤติกรรม และ แบบผู้ป่วยใน เน้นกระบวนการบำบัดให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง มีครอบครัวเป็นหลักสำคัญ ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบจะได้รับการดูแลจากแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ให้การบำบัดรักษาอาการขาดยา รวมถึงภาวะแทรกซ้อนทางกาย ทางจิต โดยการให้ยาจนอาการดีขึ้นและให้การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และจิตใจ ผู้ป่วยจะได้เรียนรู้การใช้กระบวนการทางจิตวิทยาในการแก้ไขปัญหา การเสริมสร้างพลังใจ ให้เข้มแข็ง รู้จักหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธยาเสพติด รวมถึงการปรับตัวให้เข้ากับสังคม ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เจตคติในการเลิกเสพยาเสพติดได้ ใช้เวลาในการบำบัดรักษาอย่างน้อย 3 – 4 เดือน และติดตามดูแลช่วยเหลือหลังผ่านการบำบัดประมาณ 1 ปี เพื่อไม่ให้กลับไปเสพซ้ำอีก นอกจากนี้ สบยช. ยังให้ความสำคัญกับการฝึกวิชาชีพต่างๆ เช่น เสริมสวยหญิง ตัดผมชาย งานเกษตร งานคอมพิวเตอร์ โดยผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำไปประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th ********************************************* #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี # สบยช. #กรมการแพทย์ #ยาเสพติด -ขอขอบคุณ- 14 ตุลาคม 2564

วันที่ 14 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

รพ.เมตตาฯ เตือน ! ระวังโรคตาที่มากับน้ำท่วม

กรมการแพทย์โดยรพ.เมตตาฯ เตือนระวังโรคตาติดเชื้อที่มาพร้อมน้ำท่วมขังนาน โอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บย่อมมีเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคไข้ฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส โรคน้ำกัดเท้า หรือฮ่องกงฟุต โรคไข้เลือดออกโรคไข้มาลาเรียซึ่งไม่เพียงแต่สุขภาพทั่วไป การดูแลสุขภาพดวงตามิให้เกิดโรคตาคือ เยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดงก็มีความสำคัญซึ่งในกลุ่มผู้มีอาการเป็นภูมิแพ้อากาศขึ้นตาเยื่อบุอักเสบ ตาแดง ไม่ควรมองข้ามอาจติดเชื้อแบคที่เรีย ไวรัส และภูมิแพ้อากาศได้แนะหากมีอาการตาแดงผิดปกติควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมต้องระมัดระวัง ติดตามข่าวสารจากทางราชการ และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่ต้องระมัดระวังในช่วงน้ำท่วม ได้แก่1.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ คือ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวม 2.กลุ่มโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ คือ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง และ3.กลุ่มโรคที่มักเกิดตามมากับน้ำท่วมคือโรคไข้ฉี่หนูโรคไข้เลือดออก และโรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบส่วนภัยสุขภาพที่ต้องระวัง คือแมลงหรือสัตว์มีพิษ เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ กัด ต่อย เป็นต้น แนะสำรวจรอบบ้านและเสื้อผ้าก่อนสวมใส่ ควรจัดเก็บสิ่งของและเครื่องใช้ต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ หากพบเห็นสัตว์มีพิษควรตั้งสติให้ดีและเรียกผู้ชำนาญมาช่วย นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิดที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โรคสำคัญที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในสถานการณ์น้ำท่วมขังนี้ นอกจากโรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคไข้หวัดนก โรคปอดอักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคฉี่หนู หรือโรคแลปโตสไปโรซิส หรือโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรค เช่น ไข้มาลาเรีย โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเจอี แล้วยังมีโรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดงที่ต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ จากสภาพอากาศที่อับชื้นและเย็นลง ซึ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค หากเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง อาการเจ็บไข้ได้ป่วยก็มาเยือน ไม่เพียงแต่เสี่ยงกับโรคระบบทางเดินหายใจ หรือ โรคทางผิวหนังแล้ว ดวงตาก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะ โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบสามารถเป็นได้ ซึ่งน้ำที่ท่วมขังก็อาจจะมีเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย เมื่อน้ำที่สกปรกนั้นกระเด็นเข้าตาเรา ก็จะเกิดการติดเชื้อไปอย่างรวดเร็ว อาการรุนแรงที่สุดจะมีอาการอักเสบ เคืองตาอย่างรุนแรง ตามัว หากมีปัญหากับดวงตาหรือมีอาการผิดปกติควรพบจักษุแพทย์ นายแพทย์เอกชัย อารยางกูร หัวหน้าศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องสุขภาพดวงตาก็ต้องการการดูแลเช่นกันเพราะดวงตามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาวะเหตุการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคตาติดเชื้อได้มาก โดยเฉพาะโรคเยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดง ซึ่งอาการของนั้นเกิดได้จากเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียเข้าดวงตา ถึงไม่เป็นโรคอันตรายถึงชีวิตเพราะหายได้เอง แต่ถ้าไม่ได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ หากได้รับเชื้ออาการตาแดงจะรู้สึกเคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากจะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 2 สัปดาห์ โดยแบ่งอาการได้โดยเกิดอาการตาขาวมีสีแดงเรื่อๆ ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากกว่าปกติ เช่น โรคตาแดง ที่อาจเกิดจากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือนำมือที่เปื้อนสิ่งสกปรกไปสัมผัสโดนดวงตาหรือหากเกิดจากติดเชื้อไวรัส หนังตาจะบวม น้ำตาไหลมาก ต่อมน้ำเหลืองกกหูบวม ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ตาแพ้แสงหากติดเชื้อแบคทีเรียจะมีขี้ตาสีเขียว หรือสีเหลือง มีน้ำตาไหล ตาแฉะ มองเห็นไม่ชัดและหากเกิดจากการแพ้ จะรู้สึกคันตา แสบตา มีน้ำตาไหลวิธีการป้องกันโรคตาแดง ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้าผ้าเช็ดตัวป้องกันและหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา หมั่นดูแลรักษาความสะอาด ล้างมือให้สะอาด เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตาบ่อยๆไม่อยู่ในพื้นที่แออัด หากจำเป็นต้องสวมแว่นกันแดด กันฝุ่น กันลมช่วยและควรระวังไม่ให้แมลง หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ส่วนการรักษาโรคตาแดงนั้นหากมีอาการตาแดง ควรพักผ่อน ลาหยุดงานจนกว่าจะหายเพื่อลดการระบาดของโรค และสามารถใช้น้ำตาเทียมช่วยหากมีอาการระคายเคืองตามาก และควรพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาโรคต่อไปส่วนวิธีป้องกันโรคตา และภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก สามารถปฏิบัติได้โดย 1.หากน้ำท่วมขังกระเด็นเข้าตาหรือมีฝุ่นละอองเข้าไปในตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าและดวงตาให้สะอาดทันที 2.ไม่ปล่อยให้เด็กเล็กลงเล่นน้ำโดยลำพัง เพราะเด็กอาจจมน้ำและช่วยเหลือไม่ทัน หรือถูกสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมากัดต่อยได้ 3.ไม่ทิ้งขยะทุกชนิด หรือขับถ่ายของเสียลงน้ำท่วมขัง ให้ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในถุงพลาสติกและมัดปากถุงให้แน่นแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง 4.รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน สะอาด เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง และ 5.หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน ควรใส่รองเท้าบู๊ททุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคที่มักเกิดตามมากับน้ำท่วม รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งเสมอ *********************************************** #รพ.เมตตาฯ ดูแลสุขภาพดวงตาในภาวะน้ำท่วม #ติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ภูมแพ้ #อาการ เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง -ขอขอบคุณ- 12 ตุลาคม 2564

วันที่ 12 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เดินทางตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด 19 จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีนายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เดินทางตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด 19 จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีนายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

วันที่ 15 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและร่วมส่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการปฏิบัติงานฉีดวัคซีน COVID-19 ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นางสาวจตุพร พานอ่อง,นางสาวธียารัตน์ ปันเด็ง,นางสาวภัสนล ขัดสาร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวพิมพ์ผกา ใจเนตร์,นางสาวรินรดา ปลาเงิน และนางสาวอำภา ชัยมงคล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจและร่วมส่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการปฏิบัติงานฉีดวัคซีน COVID-19 ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นางสาวจตุพร พานอ่อง,นางสาวธียารัตน์ ปันเด็ง,นางสาวภัสนล ขัดสาร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ นางสาวพิมพ์ผกา ใจเนตร์,นางสาวรินรดา ปลาเงิน และนางสาวอำภา ชัยมงคล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

วันที่ 15 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

ตรวจเยี่ยมสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ นายแพทย์วีรวุฒิ  อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์  ตรวจเยี่ยมสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ โดยมี นายแพทย์อัครฐาน  จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการและบุคลากรสถาบันเวชศาสตร์ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ให้การต้อนรับ รวมถึงมอบนโยบายและ คำแนะนำในการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  ณ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ  เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

ตรวจเยี่ยมสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ โดยมี นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการและบุคลากรสถาบันเวชศาสตร์ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ให้การต้อนรับ รวมถึงมอบนโยบายและ คำแนะนำในการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ณ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564

วันที่ 15 ต.ค. 2564

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

เอกสารเผยแพร่ เอกสารเผยแพร่

เอกสาร งานนำเสนอผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการผุ้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรมการแพทย์ 2563

วันที่ 07.09.2564

เอกสาร รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรมการแพทย์ ปี 2563

วันที่ 07.09.2564

เอกสาร Visual Communication ถอดบทเรียนการประชุม 5th National Palliative and Hospice Care Conference (NPHC 2021) ออนไลน์ “THEME: Palliative Care - My care, My Comfort: เลือกสุขได้ ที่ปลายทาง” วันที่ 13 สิงหาคม 2564

วันที่ 31.08.2564

เอกสาร รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ผลการสำรวจข้อมูลและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรมการแพทย์ ในโครงการพัฒนาการบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal of Medical Servies) ในสถานพยาบาลแต่ละระดับ จังหวัดปัตตานี ปี 2563

วันที่ 19.04.2564

เอกสาร คุ่มือสำหรับผู้ใช้งาน E-research

วันที่ 31.03.2564

เอกสาร คู่มือการให้บริการประชาชน (พ.ค. 63) สถาบันวิจัยและประเมินเทคดนโลยีทางการแพทย์

วันที่ 31.03.2564

หน่วยบริการ หน่วยบริการ