ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ แนะดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน เน้นการใช้ฟลูออไรด์เสริม การบริหารกล้ามเนื้อช่องปาก และการตรวจคัดกรองมะเร็งในช่องปาก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม สุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุเป็นองค์ประกอบสำคัญของสุขภาพโดยรวม เนื่องจากส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร การกลืน การพูด และคุณภาพชีวิต เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุมักประสบปัญหา ช่องปาก เช่น ฟันผุ โรคเหงือก ฟันสึก การสูญเสียฟัน ฟันปลอมที่ไม่พอดี รวมถึงภาวะปากแห้ง ซึ่งพบได้บ่อยจากการเสื่อมของต่อมน้ำลาย โรคประจำตัว หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด ภาวะปากแห้งทำให้ความสามารถในการป้องกันฟันผุลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปาก แผลในช่องปาก และการรับประทานอาหารลำบาก นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุขภาพช่องปากมีความสำคัญต่อกลุ่มผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวัยที่ร่างกายมีการเสื่อมถอยและมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน หากสุขภาพช่องปากไม่ดี อาจส่งผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างชัดเจน ในด้านสุขภาพร่างกาย ผู้สูงอายุ มักประสบปัญหาฟันผุ สูญเสียฟัน เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ ซึ่งทำให้การเคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รับประทานอาหารได้น้อยหรือเลือกทานเฉพาะอาหารอ่อน ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน เกิดภาวะขาดสารอาหาร น้ำหนักลด และกล้ามเนื้ออ่อนแรง นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรียจากการอักเสบในช่องปากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ในด้านจิตใจและสังคม ปัญหาช่องปาก เช่น บริเวณที่สูญเสียฟัน กลิ่นปาก หรือการใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี อาจทำให้ผู้สูงอายุขาดความมั่นใจ ไม่กล้าพูดคุยหรือเข้าสังคม นำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยว ซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตลดลง อีกทั้งอาการปวดฟันหรือการติดเชื้อใน ช่องปากยังอาจรบกวนการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน ทันตแพทย์หญิง ดร.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง โดยเฉพาะบริเวณคอฟันและรากฟัน ควรใช้ฟลูออไรด์เสริมภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์ เช่น ยาสีฟันที่มี ความเข้มข้นของฟลูออไรด์สูง การทาฟลูออไรด์วานิช หรือน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ชนิดไม่มีแอลกอฮอล์ โดยหลังใช้งานควรหลีกเลี่ยงการบ้วนน้ำตามทันทีและงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การบริหารกล้ามเนื้อรอบริมฝีปาก ลิ้น และการนวดกระตุ้นต่อมน้ำลายบริเวณข้างแก้มและหน้าหู วันละ 1–2 ครั้ง จะช่วยลดภาวะปากแห้งและช่วยให้การเคี้ยวการกลืนดีขึ้น  อีกประเด็นที่สำคัญคือการเฝ้าระวัง “มะเร็งช่องปาก” ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีจนเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง ผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรหมั่นสังเกตความผิดปกติ หากพบแผลในช่องปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ มีรอยขาว รอยแดง หรือมีก้อนเนื้อที่มีลักษณะผิดปกติ ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน   ******************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันทันตกรรม #การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ                                                                                                                                             -ขอขอบคุณ-                                                                      20 มีนาคม 2569

วันที่ 20 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 ที่ปรึกษาปัญหาเรื่องยาเสพติดตลอด 24 ชั่วโมง

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เปิดให้บริการ "สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165" ตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางปรึกษาฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติดและครอบครัว โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอำนวยความสะดวกเพิ่มผ่านช่องทางออนไลน์ทางเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงความช่วยเหลือที่ถูกต้องและปลอดภัยได้ทุกที่ทุกเวลา นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องยาเสพติด ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวผู้เสพเพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลกระทบไปถึงคนรอบข้าง การตัดสินใจก้าวออกจากวงจรยาเสพติดจึงเป็นหนึ่งในความท้าทาย ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผู้เสพเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความสับสน แต่รวมถึงครอบครัวที่มีความกังวลและไม่รู้จะเริ่มต้นหาทางออกที่ถูกต้องจากที่ใด กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จึงได้พัฒนา "สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165" ให้เป็นเสมือนประตูบานแรกที่เปิดรับผู้มีปัญหาเรื่องยาเสพติดทั่วประเทศ ด้วยความเข้าใจและหลักวิชาการที่ถูกต้อง จากทีมผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ ของยาเสพติดคอยตอบข้อซักถามและให้ข้อมูลแก่ผู้ที่โทรเข้ามารับบริการ โดยใน ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มีผู้ที่ประสบปัญหาด้านยาเสพติดโทรเข้ามาใช้บริการสายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 เป็นจำนวน 21,147 สาย ทำให้ทราบว่ามีผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและต้องการความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาและรับฟังความทุกข์ที่เกิดจากยาเสพติดเป็นจำนวนมาก นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 มีภารกิจสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับฟัง และช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการเลิกยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ซึ่งรวมถึงการประเมินอาการเบื้องต้นเพื่อวิเคราะห์ระดับ การติดยาเสพติดของแต่ละบุคคล นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลในการเชื่อมโยงและแนะนำช่องทางเข้ารับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ใกล้บ้านและสะดวกที่สุด ในยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 จึงเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ยังได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของสถาบันฯ และเว็บไซต์ www.pmnidat.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถสืบค้นข้อมูลและติดต่อสอบถามได้ทุกที่ทุกเวลา เมื่อความตั้งใจจริงของผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติดมาพบกับคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ เส้นทางสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสและยั่งยืนย่อมเป็นไปได้เสมอ #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. #1165 -ขอขอบคุณ- 19 มีนาคม 2569

วันที่ 19 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

“ลำไส้…จำทุกคำที่กิน” สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ เปิดตัว “ส้มตำซินไบโอติก SS NCI” นวัตกรรมอาหารไทย ดูแลสุขภาพลำไส้ ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดตัวเมนูต้นแบบเพื่อสุขภาพ “ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” เพื่อนำเสนอแนวคิดการดูแลสุขภาพลำไส้ผ่านอาหารไทยใกล้ตัว สร้างความตระหนักช่วงเดือนรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เดือนมีนาคมของทุกปีถือเป็น เดือนรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (Colorectal Cancer Awareness Month) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกใช้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันโรค การปรับพฤติกรรมการบริโภค และการตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้น ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยของโลก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1.9 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 900,000 รายต่อปี ขณะที่ประเทศไทยพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม โรคดังกล่าวสามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เนื่องจากมักเริ่มจากติ่งเนื้อในลำไส้ (Polyp) ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 7-10 ปี ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง ทั้งนี้ ลำไส้มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย เนื่องจากภายในลำไส้มีจุลินทรีย์จำนวนมากที่มีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญพลังงาน และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร แนวคิดสำคัญที่ทีมโภชนาการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ต้องการสื่อสารผ่านเมนูต้นแบบนี้ คือ “ลำไส้…จำทุกคำที่คุณกิน” เพราะสุขภาพลำไส้ไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่สะสมในระยะยาว จึงได้คิดค้นเมนู “ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” ได้รับการพัฒนาตามแนวคิดโภชนาการแบบ Synbiotic ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของ Prebiotic หรือใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และ Probiotic หรือจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร เพื่อสนับสนุนสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มว่า จุดเด่นของเมนู“ส้มตำซินไบโอติก เอสเอสเอ็นซีไอ (Somtum Synbiotic: SS NCI)” คือ การนำผักดองแบบไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอาหารหมักพื้นบ้าน มาเป็นส่วนประกอบในส้มตำ ซึ่งเป็นแหล่งของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น Lactobacillus เมื่อรับประทานร่วมกับวัตถุดิบจากพืช เช่น มะละกอดิบ ถั่วลิสง และผักสดหลากชนิด ซึ่งเป็นแหล่งของใยอาหาร จึงเกิดการทำงานร่วมกันของพรีไบโอติกและโพรไบโอติกในจานอาหารเดียว โดยคุณณัฐฐศรัณฐ์ วงศ์เตชะ นักโภชนาการชำนาญการ หัวหน้างานโภชนบริการและการกำหนดอาหาร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำด้านโภชนาการระบุว่าประชาชนควรรับประทานผักและผลไม้รวมกันอย่างน้อยวันละ 400 กรัม หรือประมาณ 4-5 ส่วนบริโภค และควรได้รับ ใยอาหารประมาณวันละ 25-30 กรัม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสำรวจโภชนาการของประเทศไทยพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ได้รับใยอาหารเฉลี่ยเพียงประมาณ 10-15 กรัมต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าคำแนะนำเกือบครึ่งหนึ่ง สำหรับใยอาหารมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และช่วยลดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร เมนู Somtum Synbiotic: SS NCI จึงต้องการสื่อสารว่า อาหารไทยใกล้ตัวสามารถนำมาประยุกต์กับองค์ความรู้ทางโภชนาการสมัยใหม่ เพื่อช่วยส่งเสริมสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ และลดความเสี่ยงของโรค โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เมนูดังกล่าวไม่เพียงเป็นต้นแบบอาหารสุขภาพ แต่ยังสะท้อนแนวคิดการนำอาหารไทยพื้นบ้านมาผสมผสานกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสุขภาพที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะสุขภาพลำไส้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงมื้อเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมการกินที่สะสมในทุกวัน #กรมการแพทย์ #สถาบันมะเร็งแห่งชาติ #ส้มตำซินไบโอติกเอสเอสเอ็นซีไอ ขอขอบคุณ 18 มีนาคม 2569

วันที่ 18 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

วันที่ 14 มีนาคม 2569 สถาบันโรคทรวงอกได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2568 จังหวัดนนทบุรี ภายในงานกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI สไตล์นนท์ @บางกรวย โดยมีนางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี และนางรัชนี หงษ์พงษ์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ สถาบันโรคทรวงอก เป็นผู้รับมอบเกียรติบัตร พร้อมบุคลากรสถาบันโรคทรวงอก เข้าร่วมงานและแสดงความยินดี ณ ตลาดน้ำวัดตะเคียน จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 14 มีนาคม 2569 สถาบันโรคทรวงอกได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2568 จังหวัดนนทบุรี ภายในงานกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI สไตล์นนท์ @บางกรวย โดยมีนางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี และนางรัชนี หงษ์พงษ์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ สถาบันโรคทรวงอก เป็นผู้รับมอบเกียรติบัตร พร้อมบุคลากรสถาบันโรคทรวงอก เข้าร่วมงานและแสดงความยินดี ณ ตลาดน้ำวัดตะเคียน จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 20 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ นำบุคลากรร่วมออกบูธนิทรรศการ Death Fest 2026 : re-member แก่-เจ็บ-ตาย ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลผู้สูงวัย ดูแลความเจ็บป่วยไปจนถึงป่วยระยะท้าย การเตรียมตัวเพื่อการจากไป ซึ่งในบูธของโรงพยาบาลได้จัดนิทรรศการการแพทย์เสริมและทางเลือก (Complementary and Alternative Medicine : CAM) มาใช้ผสมผสานในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองและครอบครัว เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล สามารถเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวาระท้ายของชีวิต ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 ณ IMPACT Exhibition Hall 6 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายแพทย์ทัศนชาติ  จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ นำบุคลากรร่วมออกบูธนิทรรศการ  Death Fest 2026 : re-member แก่-เจ็บ-ตาย ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดีอย่างครบวงจร  ตั้งแต่การดูแลผู้สูงวัย ดูแลความเจ็บป่วยไปจนถึงป่วยระยะท้าย การเตรียมตัวเพื่อการจากไป   ซึ่งในบูธของโรงพยาบาลได้จัดนิทรรศการการแพทย์เสริมและทางเลือก (Complementary and Alternative Medicine : CAM)  มาใช้ผสมผสานในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองและครอบครัว เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล สามารถเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวาระท้ายของชีวิต ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 ณ IMPACT Exhibition Hall 6 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

นายแพทย์ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ นำบุคลากรร่วมออกบูธนิทรรศการ Death Fest 2026 : re-member แก่-เจ็บ-ตาย ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลผู้สูงวัย ดูแลความเจ็บป่วยไปจนถึงป่วยระยะท้าย การเตรียมตัวเพื่อการจากไป ซึ่งในบูธของโรงพยาบาลได้จัดนิทรรศการการแพทย์เสริมและทางเลือก (Complementary and Alternative Medicine : CAM) มาใช้ผสมผสานในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองและครอบครัว เพื่อลดความเครียด ความวิตกกังวล สามารถเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงวาระท้ายของชีวิต ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 ณ IMPACT Exhibition Hall 6 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 20 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

?? โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับใบรับรองมาตรฐาน HA ตอกย้ำคุณภาพการรักษาในงาน HA National Forum ครั้งที่ 26 ?? เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายแพทย์วรพล เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล (Hospital Accreditation - HA) ในพิธีปิดการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ??ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ?? ?โดยในปีนี้ โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ตามข้อกำหนดของ การพัฒนาคุณภาพขั้นที่สอง จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ภายในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับสถานพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์การประเมินประจำปี 2569 นี้ ?? การได้รับรองมาตรฐาน HA ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ไม่เพียงแต่ให้บริการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงกระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นสถานพยาบาลชั้นนำที่ไว้วางใจได้ของประชาชน ??

?? โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับใบรับรองมาตรฐาน HA ตอกย้ำคุณภาพการรักษาในงาน HA National Forum ครั้งที่ 26 ??  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายแพทย์วรพล เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล (Hospital Accreditation - HA) ในพิธีปิดการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ??ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี  ?? ?โดยในปีนี้ โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ตามข้อกำหนดของ การพัฒนาคุณภาพขั้นที่สอง จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ภายในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับสถานพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์การประเมินประจำปี 2569 นี้ ??  การได้รับรองมาตรฐาน HA ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ไม่เพียงแต่ให้บริการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงกระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นสถานพยาบาลชั้นนำที่ไว้วางใจได้ของประชาชน ??

?? โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับใบรับรองมาตรฐาน HA ตอกย้ำคุณภาพการรักษาในงาน HA National Forum ครั้งที่ 26 ?? เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 นายแพทย์วรพล เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้ารับมอบประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการคุณภาพสถานพยาบาล (Hospital Accreditation - HA) ในพิธีปิดการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ??ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ?? ?โดยในปีนี้ โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ตามข้อกำหนดของ การพัฒนาคุณภาพขั้นที่สอง จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ภายในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับสถานพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์การประเมินประจำปี 2569 นี้ ?? การได้รับรองมาตรฐาน HA ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าโรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) ไม่เพียงแต่ให้บริการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงกระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นสถานพยาบาลชั้นนำที่ไว้วางใจได้ของประชาชน ??

วันที่ 20 มี.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ