ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

สธ. เปิดตัว "AI Psoriasis" นวัตกรรมอัจฉริยะคัดกรองโรคสะเก็ดเงิน ตามนโยบาย MOPH PLUS+ ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้ป่วยพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงการรักษาทันท่วงที

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว "AI Psoriasis" ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองโรคสะเก็ดเงินผ่านภาพถ่าย ประเมินรอยโรคเบื้องต้นได้รวดเร็ว แม่นยำถึงร้อยละ 95 หวังเป็นเครื่องมือสนับสนุนพื้นที่ไม่มีแพทย์ผิวหนังประจำ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยตามแนวคิด “AI for Early Detection, Better Access, Better Lives” วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) ที่ สถาบันโรคผิวหนัง กรุงเทพมหานคร นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะโรคสะเก็ดเงิน (AI Psoriasis) โดยมี คณะที่ปรึกษา นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ โดยนายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ตามนโยบาย MOPH PLUS+ ซึ่งโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังสัมพันธ์กับโรคร่วมสำคัญ เช่น ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน และกลุ่มอาการเมตาบอลิก ซึ่งรอยโรคสะเก็ดเงินมีลักษณะทางคลินิกบางประการที่สามารถนำมาวิเคราะห์จากภาพถ่ายได้ สถาบันโรคผิวหนังจึงได้พัฒนา "AI Psoriasis" เพื่อช่วยวิเคราะห์ความแดง ความหนา และขุยของรอยโรคสะเก็ดเงินจากภาพถ่าย ช่วยให้การประเมินมีมาตรฐานและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีแพทย์ผิวหนังประจำ ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองใกล้บ้าน ลดภาระการเดินทาง และได้รับการส่งต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วขึ้น รวมทั้งยังเป็นต้นแบบในการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการดูแลโรคผิวหนังอื่น ๆ ในอนาคตอีกด้วย ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า จากการทดสอบในชุดข้อมูลวิจัย ระบบ AI Psoriasis มีค่าความแม่นยำ (Accuracy) สูงถึงร้อยละ 95 อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการทดสอบในสถานการณ์ใช้งานจริงและในประชากรที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ระยะแรกจะนำร่องในหน่วยบริการและเครือข่ายสุขภาพที่เข้าร่วมโครงการ กับสถาบันโรคผิวหนัง โดยพิจารณาพื้นที่ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ระบบข้อมูล และการส่งต่อผู้ป่วย จากนั้นจะประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลลัพธ์จากการใช้งานจริง ก่อนขยายไปยังเขตสุขภาพอื่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ NECTEC ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลที่รัดกุมตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ มีการแจ้งวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการใช้ข้อมูล จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน บันทึกการเข้าใช้ และใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม รวมถึงกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาและการลบข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการอย่างสูงสุด ************3 สิงหาคม 2569

วันที่ 03 ส.ค. 2569

อ่านต่อ

กระทรวงสาธารณสุข จัดงานวันบริจาคอวัยวะโลก ผนึกภาคีเครือข่าย “ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต”  เชิญชวนคนไทยสร้างสังคมแห่งการให้ ร่วมบริจาคอวัยวะและดวงตา เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขจัดกิจกรรมวันบริจาคอวัยวะโลก ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” บูรณาการความร่วมมือกับสภากาชาดไทยและภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน สร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังค่านิยมการเป็น “ผู้ให้” เชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา 930,000 ราย มอบโอกาสในการมีชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีผู้ป่วยที่รอคอยอวัยวะอยู่มากกว่า 8,000 ราย และรอปลูกถ่ายกระจกตาตามากกว่า 13,000 ราย ซึ่งในแต่ละปีเราปลูกถ่ายอวัยวะได้ประมาณ 1,200 ราย และกระจกตาได้ประมาณ 2,000 รายเท่านั้น เนื่องจากมีจำนวนผู้บริจาคยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย การบริจาคอวัยวะและดวงตาจึงเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะผู้บริจาคเพียง 1 คน สามารถช่วยต่อชีวิตและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้อีกหลายชีวิต ดังนั้น เนื่องในวันบริจาคอวัยวะโลก (World Organ Donation Day) กระทรวงสาธารณสุข จึงจัดโครงการ “The Ultimate Gift of Life : ส่งต่อของขวัญแห่งชีวิต” เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะและดวงตา พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา ภายใต้นโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับการแพทย์ขั้นสูงของประเทศ ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความเชื่อและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาให้ถึง 930,000 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยที่กำลังรอการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตา นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังมุ่งยกระดับระบบปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตาของประเทศอย่างครบวงจร ทั้งการเพิ่มศักยภาพศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ การพัฒนาเครือข่ายรับส่งอวัยวะ การพัฒนาบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนทุกเขตสุขภาพเข้าถึงบริการการแพทย์ขั้นสูงได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้สามารถปลูกถ่ายไตซึ่งเป็นอวัยวะที่มีจำนวนผู้ป่วยรอคอยมากที่สุด ได้ถึง 100 รายต่อปีในแต่ละเขตสุขภาพ รวมทั้งประเทศสามารถปลูกถ่ายไตเพิ่มเป็น 3,000 รายต่อปี และกระจกตา 2,500 รายต่อปี ในอนาคตอันใกล้ ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายการแพทย์ ผู้แทนเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุภนิติ์ นิวาตวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย นางสาวภณิชชา ลิ่มสกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวง นางสุภา โชติงาม ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย พว.สุภาภรณ์ ศรีตั้งศิริกุล ประธานชมรมพยาบาลประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย และแพทย์หญิงสุขฤทัย เลขยานนท์ ผู้แทนมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก คุณสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ศิลปินดารา ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการบริจาคอวัยวะและดวงตาของประเทศไทย สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการให้ความรู้ด้านการบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตา การจัดแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์ การเสวนาจากผู้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและกระจกตา ครอบครัวผู้บริจาค ศิลปินรับเชิญ และภาคีเครือข่าย การมอบรางวัลแก่โรงพยาบาลที่มีผลงานโดดเด่นด้านการบริจาคอวัยวะและดวงตา รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาภายในงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อชีวิตและสร้างสังคมแห่งการให้ร่วมกัน สำหรับผู้ที่สนใจร่วมแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการให้ และส่งต่อความหวังให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ ได้ที่เว็บไซต์สภากาชาดไทย https://eyeorgandonate.redcross.or.th/ #บริจาคอวัยวะและดวงตา #TheUltimateGiftofLife – ขอขอบคุณ – 1 สิงหาคม 2569

วันที่ 02 ส.ค. 2569

อ่านต่อ

หมอเด็กแนะจำกัด “เวลาหน้าจอ” ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครอง ใส่ใจการใช้สื่อดิจิทัลของบุตรหลานหลังพบข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าเด็กไทยอายุ 0–2 ปี ถึงร้อยละ 72.6 ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยออนไลน์ พร้อมเน้นย้ำการกำกับดูแลและสร้างวินัยการใช้สื่ออย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัยของเด็ก นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยกว่าร้อยละ 93.10 ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยใช้เวลาบนโลกออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กเล็กอายุ 0–2 ปี ร้อยละ 72.6 ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาวะในทุกมิติ นอกจากนี้ เด็กยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ ทั้งการถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) การคุกคามทางเพศ และการเข้าถึงการพนันออนไลน์ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตในระยะยาวดังนั้นการกำกับดูแลการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเหมาะสมจึงเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กในยุคดิจิทัล นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลเด็กในยุคดิจิทัลไม่ใช่การห้ามใช้สื่อออนไลน์โดยสิ้นเชิงแต่ควรส่งเสริมให้เด็กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมตามวัยภายใต้การดูแล ของผู้ปกครอง โดยมีข้อแนะนำสำคัญ ดังนี้ 1. เด็กอายุต่ำกว่า 2ปี ไม่แนะนำให้ใช้หน้าจอเนื่องจากการดูจอเป็นการสื่อสารทางเดียวที่ไม่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก 2. เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องมีผู้ปกครองคอยคัดกรองเนื้อหาที่เหมาะสม และกำหนดระยะเวลาการใช้งานอย่างพอดี หลีกเลี่ยงการปล่อยให้เด็กใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตามลำพังเป็นเวลานาน 3. เลือกสื่อที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และเหมาะสมกับพัฒนาการ โดยควรหลีกเลี่ยงการ์ตูนที่มีภาพเคลื่อนไหวเร็ว เพราะอาจทำให้เด็กเคยชินจนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่เคลื่อนไหวช้าหรือนิ่งได้นาน 4. งดการใช้หน้าจอก่อนเวลาเข้านอน เพื่อไม่ให้รบกวนคุณภาพการนอนหลับของเด็ก ผู้ปกครองควรพูดคุยและสร้างความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย ทั้งการระมัดระวังเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การติดต่อกับบุคคลแปลกหน้า และการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ โดยผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมกับเด็กได้ เช่น การอ่านนิทานที่มีภาพประกอบ การนับเลข และการทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กในระยะยาว สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยศูนย์เชี่ยวชาญความเป็นเลิศด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ดูแลรักษาแบบครบวงจร สามารถดูเพิ่มเติมได้ผ่าน www.childrenhospital.go.th หรือโทร.1415 สายตรงโรงพยาบาลเด็ก #กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #หมอเด็กแนะจำกัด“เวลาหน้าจอ”ปกป้องพัฒนาการเด็กในยุคดิจิทัล – ขอขอบคุณ – 31 กรกฎาคม 2569

วันที่ 31 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับคณะทำงานโครงการพัฒนาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้องเหมาะสมของประเทศไทย นำร่องเขตสุขภาพที่ 1 จัดสัมมนาวิชาการเพื่อการพัฒนาเครือข่ายบริการด้านโรคลมชักและเยี่ยมชมการพัฒนาเครือข่ายระบบรักษาและบริการผู้ป่วยโรคลมชัก โดยมี นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์ทินนกร ยาดี รองประธานศูนย์ความเป็นเลิศโรคลมชัก สถาบันประสาทวิทยา เป็นประธานการสัมมนา และตัวแทนจากสมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.พญ.กมรวรรณ กตัญญูวงศ์ และ รศ.นพ.อธิวัฒน์ สุนทรพันธ์ และผู้บริหารทางการพยาบาล คณะพยาบาล และเภสัชกรจากสถาบันประสาทวิทยา คณะพยาบาลจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โดยมี นายแพทย์อมรชัย กริชนิกรกุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

สถาบันประสาทวิทยา  กรมการแพทย์  ร่วมกับคณะทำงานโครงการพัฒนาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้องเหมาะสมของประเทศไทย นำร่องเขตสุขภาพที่ 1 จัดสัมมนาวิชาการเพื่อการพัฒนาเครือข่ายบริการด้านโรคลมชักและเยี่ยมชมการพัฒนาเครือข่ายระบบรักษาและบริการผู้ป่วยโรคลมชัก โดยมี นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์ทินนกร ยาดี รองประธานศูนย์ความเป็นเลิศโรคลมชัก สถาบันประสาทวิทยา เป็นประธานการสัมมนา และตัวแทนจากสมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ผศ.พญ.กมรวรรณ กตัญญูวงศ์  และ รศ.นพ.อธิวัฒน์ สุนทรพันธ์ และผู้บริหารทางการพยาบาล คณะพยาบาล และเภสัชกรจากสถาบันประสาทวิทยา คณะพยาบาลจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่  โดยมี นายแพทย์อมรชัย กริชนิกรกุล  รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์  จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับคณะทำงานโครงการพัฒนาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้องเหมาะสมของประเทศไทย นำร่องเขตสุขภาพที่ 1 จัดสัมมนาวิชาการเพื่อการพัฒนาเครือข่ายบริการด้านโรคลมชักและเยี่ยมชมการพัฒนาเครือข่ายระบบรักษาและบริการผู้ป่วยโรคลมชัก โดยมี นายแพทย์ดลสุข พงษ์นิกร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายแพทย์ทินนกร ยาดี รองประธานศูนย์ความเป็นเลิศโรคลมชัก สถาบันประสาทวิทยา เป็นประธานการสัมมนา และตัวแทนจากสมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.พญ.กมรวรรณ กตัญญูวงศ์ และ รศ.นพ.อธิวัฒน์ สุนทรพันธ์ และผู้บริหารทางการพยาบาล คณะพยาบาล และเภสัชกรจากสถาบันประสาทวิทยา คณะพยาบาลจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ โดยมี นายแพทย์อมรชัย กริชนิกรกุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

วันที่ 27 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

พิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ศาสตราจารย์สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.วิศิษฐ ทวีปรังสีพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท สไกน์เมด จำกัด พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวทางสนับสนุนความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์สู่การใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดี กรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คณะผู้บริหารบริษัท สไกน์เมด จำกัด บุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะสื่อมวลชน ร่วมพิธี ทั้งนี้ นายแพทย์อเนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณณัฐวดี บัวติ๊บ Lead Engineer บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมชมนิทรรศการ ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 1 อาคาร 1 กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

พิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่   นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์  ศาสตราจารย์สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.วิศิษฐ ทวีปรังสีพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท สไกน์เมด จำกัด พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวทางสนับสนุนความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์สู่การใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดี กรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คณะผู้บริหารบริษัท สไกน์เมด จำกัด บุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะสื่อมวลชน ร่วมพิธี                                                                                                                                                                                                                      ทั้งนี้ นายแพทย์อเนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณณัฐวดี บัวติ๊บ Lead Engineer บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมชมนิทรรศการ ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 1 อาคาร 1 กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

พิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ศาสตราจารย์สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ดร.วิศิษฐ ทวีปรังสีพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ ด้านการบริการ วิชาการ วิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงสาธารณะ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และเซนเซอร์ชีพจรหลอดเลือดแบบใหม่ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท สไกน์เมด จำกัด พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวทางสนับสนุนความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์สู่การใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุข โดยมี นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดี กรมการแพทย์ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารกรมการแพทย์ คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คณะผู้บริหารบริษัท สไกน์เมด จำกัด บุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะสื่อมวลชน ร่วมพิธี ทั้งนี้ นายแพทย์อเนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณณัฐวดี บัวติ๊บ Lead Engineer บริษัท สไกน์เมด จำกัด ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมชมนิทรรศการ ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 1 อาคาร 1 กรมการแพทย์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

วันที่ 27 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เเพทย์หญิงณิรดา คุปตพงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคทรวงอก และคณะ ร่วมเป็นวิทยากรและร่วมเสวนาการประชุมวิชาการโครงการความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐาน การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร เขตสุขภาพที่ 2" (HEART Failure Collaboration: A Network of Excellence)  การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการดูแลผู้ป่วยภาะหัวใจล้มเหลวมาตรฐานวิชาชีพ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมคอนเวนชันฮอลล์ 1 ชั้น 5  โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก

นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก เเพทย์หญิงณิรดา คุปตพงศ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันโรคทรวงอก และคณะ ร่วมเป็นวิทยากรและร่วมเสวนาการประชุมวิชาการโครงการความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐาน การรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวแบบครบวงจร เขตสุขภาพที่ 2" (HEART Failure Collaboration: A Network of Excellence) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการดูแลผู้ป่วยภาะหัวใจล้มเหลวมาตรฐานวิชาชีพ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมคอนเวนชันฮอลล์ 1 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก

วันที่ 27 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

หน่วยบริการ หน่วยบริการ