ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรม ห่วงใยสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เผยข้อจำกัดทางร่างกายและโรคประจำตัวอาจส่งผลให้โรคฟันผุและเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่การสูญเสียฟัน แนะหากสูญเสียฟันควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อใส่ฟันเทียมทดแทน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว นำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีอย่างยั่งยืน นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุขภาพช่องปากเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ เนื่องจากปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบในวัยนี้มักมีความรุนแรงมากขึ้นจากข้อจำกัดด้านสายตาที่มองเห็นไม่ชัดเจนและความสามารถในการดูแลตนเองที่ลดลง ซึ่งนำไปสู่การสะสมของคราบอาหารและจุลินทรีย์ นอกจากนี้ ภาวะปากแห้งที่เกิดจากโรคประจำตัวหรือยาบางชนิดยังส่งผลกระทบโดยตรงจนอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันและประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารที่ลดลง ทันตแพทย์หญิง ดร.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีการสูญเสียฟัน สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่ฟันเทียมทดแทนได้ การทำฟันเทียมสามารถทำได้ทั้งแบบติดแน่นและถอดได้ในกรณีที่มี การสูญเสียฟันไปประมาณ 1-3 ซี่ อาจทำในรูปแบบติดแน่น เช่น รากฟันเทียมหรือสะพานฟันเพื่อทดแทนบริเวณฟันที่สูญเสียฟันไปได้ ข้อดีของฟันเทียมแบบติดแน่น คือ สามารถให้แรงบดเคี้ยวที่ดีและมีความสบายในการใช้งาน ในกรณีที่มีการสูญเสียฟันไปหลายตำแหน่ง อาจทำเป็นฟันเทียมถอดได้ ซึ่งสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าแบบติดแน่น โดยการดูแลฟันเทียมแบบติดแน่นควรแปรงร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน ส่วนฟันเทียมแบบถอดได้ ควรถอดฟันเทียมออกมาล้างทำความสะอาดด้วยแปรงขนนุ่ม ร่วมกับน้ำสบู่อ่อนๆ ไม่ใส่ฟันเทียมนอนและเมื่อไม่ได้ใส่ให้แช่ฟันเทียมไว้ในน้ำสะอาดและนำมาล้างให้สะอาดก่อนใส่ฟันเทียมกลับในช่องปากทุกครั้ง นอกจากนี้ในผู้สูงอายุควรจะต้องตรวจรอยโรคในช่องปากด้วยตนเอง เป็นประจำ หากพบเป็นแผลหรือเป็นก้อนในช่องปาก และไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ มุ่งเน้นให้ดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกวัน และมาพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน หากมีการสูญเสียฟันไป ควรปรึกษาทันตแพทย์ ตรวจและวางแผนการใส่ฟันเทียมทดแทน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวที่ดี นำไปสู่สุขภาพร่างกายที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป (good health and well being) ******************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันทันตกรรม #การดูแลสุขภาพช่องปาก #ผู้สูงอายุ - ขอขอบคุณ - 19 มิถุนายน 2569

วันที่ 19 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

รพ.สงฆ์ห่วงใยสุขภาพพระภิกษุสามเณรในช่วงหน้าฝน

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ห่วงใยพระภิกษุสามเณรในการดูแลรักษาสุขภาพช่วงหน้าฝน แนะพระภิกษุสามเณรพกร่มขณะออกบิณฑบาต หากโดนฝนให้รีบสรงน้ำและเปลี่ยนจีวรทันที และหลีกเลี่ยงการเดินบริเวณน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการติดโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) และโรคน้ำกัดเท้า นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้อากาศของประเทศไทยได้เข้าสู่ ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ โดยมีลักษณะอากาศแปรปรวน ลมเปลี่ยนทิศ มีฝนฟ้าคะนองกระจายในหลายพื้นที่ และความชื้นของอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ และจะก่อให้เกิดโรคภัยต่อร่างกาย ได้โดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พระภิกษุสามเณรอาพาธได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่และโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก ซึ่งมักจะมากับหน้าฝนเป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันการอาพาธจากโรคดังกล่าว จึงขอเรียนแนะนำให้พระภิกษุสามเณรพกร่มขณะออกบิณฑบาตหรือเมื่อต้องเดินทางและหลีกเลี่ยงการเดินบริเวณที่น้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ และของมีคม เนื่องด้วยพระภิกษุสามเณรไม่ได้สวมรองเท้าเหมือนคนทั่วไป อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) และโรคน้ำกัดเท้าอีกด้วย หากเปียกฝน เมื่อกลับถึงกุฏิให้รีบสรงน้ำโดยทันที รีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งและควรรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ที่มากับหน้าฝนดังกล่าวพร้อมก้าวผ่านโรคที่มากับหน้าฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัยไม่เจ็บป่วย นายแพทย์อภิชัย สิรกุลจิรา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่สภาพอากาศ มีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากบางวันอาจมีทั้งสภาพอากาศร้อนอบอ้าว สลับกับฝนตกหนัก ส่งผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคที่มักพบในหน้าฝนได้แก่ โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคไข้เลือดออกและโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) เป็นต้น ซึ่งจากสถิติของโรงพยาบาลสงฆ์ ปี 2568 พบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยโรคที่มากับหน้าฝน ดังนี้ โรคไข้หวัดธรรมดา จำนวน 730 รูป โรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 167 รูป โรคปอดบวม จำนวน 70 รูป โรคคออักเสบ จำนวน 409 รูป โรคไซนัส จำนวน 133 รูป โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเฉียบพลัน จำนวน 644 รูป โรคเรื้อรังของทางเดินหายใจส่วนล่าง จำนวน 341 รูป และโรคไข้เลือดออก จำนวน 4 รูป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่มักพบในหน้าฝน โรงพยาบาลสงฆ์จึงขอเรียนแนะนำแนวทางการป้องกันโรคด้วยการพกร่มขณะออกบิณฑบาตหรือจำเป็นต้องไปประกอบกิจนอกวัด และหากโดนฝนเมื่อกลับถึงกุฏิ ให้รีบสรงน้ำและเช็ดตัวให้แห้งโดยทันที หลีกเลี่ยงเดินบริเวณน้ำท่วมขังเนื่องจากสกปรกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคฉี่หนู และโรคน้ำกัดเท้าได้และหากมีอาการไข้ น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ และมีอาการหนาวสั่นให้รีบพบแพทย์โดยทันทีและขอกราบอาราธนาพระภิกษุสามเณรเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่โรงพยาบาลสงฆ์หรือสถานพยาบาลใกล้วัดดังกล่าว

วันที่ 18 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26  ดูแลด้วยหัวใจ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม : บูรณาการสู่การบำบัดแบบองค์รวมและรอบด้าน

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ การประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด ดูแลด้วยหัวใจ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม : บูรณาการ สู่การบำบัดแบบองค์รวมและรอบด้าน (Caring Hearts, Smart Innovation: Integrated, Holistic, and Comprehensive Addiction Care) ระหว่างวันที่ 17 - 19 มิถุนายน 2569 เป็นเวทีศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีผู้ปฏิบัติงานหลั่งไหลเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คนต่อปี มุ่งเป้าขับเคลื่อนการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดให้ได้มาตรฐานครบวงจร ทุกระบบ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ในการเป็นหน่วยงานหลักเพื่อกำหนดมาตรฐานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของประเทศอย่างบูรณาการ โดยมุ่งยกระดับระบบการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การบำบัดรักษาที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการติดตามช่วยเหลือเพื่อส่งต่อกลับคืนสู่สังคม ซึ่งกรมการแพทย์ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งในและนอกกระทรวงทั้งหมด เพื่อสร้างหลักประกันและความเชื่อมั่นว่า ผู้ป่วยยาเสพติดในทุกระบบจะได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และปลอดภัยสูงสุด สำหรับการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติในครั้งนี้ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพและติดอาวุธทางปัญญาให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้สอดรับกับทิศทางการทำงาน ยุคใหม่ โดยเรามุ่งเน้นส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาปรับใช้ควบคู่ไปกับแนวคิด “การดูแล ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยแบบองค์รวมอย่างแท้จริง นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สบยช. เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่โดยตรงในการวิจัย ถ่ายทอด และพัฒนาองค์ความรู้ด้านยาเสพติดให้แก่บุคลากรทั่วประเทศ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สบยช. และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ร่วมกันเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานวิชาการยาเสพติดให้ครอบคลุมและเข้าถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ การจัดงานในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนเวทีกลางระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากทั้งภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานวิชาการ ทักษะ และเทคนิคการทำงานร่วมกัน โดยได้ระดมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งในด้านการแพทย์ ด้านสังคมและชุมชน ด้านปกครอง ด้านบังคับ ใช้กฎหมาย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แบบรอบด้าน เนื่องจากปัญหา ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและไม่ได้เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งการจัดงานที่ผ่านมา ผลลัพธ์สะท้อนชัดเจนว่าผู้เข้าร่วมประชุมกว่าร้อยละ 94 สามารถนำองค์ความรู้จากเวทีนี้ไปประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริง โดยในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นี้ ได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผนึกพลังคืนคนดี: มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังยาเสพติด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อมอบแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (18 มิถุนายน 2569) จะมีไฮไลต์สำคัญ คือ การปาฐกถาพิเศษ “ดูแลด้วยหัวใจ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม: บูรณาการ สู่การบำบัดแบบองค์รวมและรอบด้าน” โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี พร้อมทั้ง พิธีมอบรางวัล Thanyarak Mentorship Award พิธีมอบรางวัลธัญญารักษ์อวอร์ด และพิธีมอบประกาศนียบัตร แก่สถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านการรับรองคุณภาพปีละกว่า 400 แห่ง ซึ่งถือเป็นเวทีเชิดชูเกียรติและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย" ************************************************* #กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. -ขอขอบคุณ- 17 มิถุนายน 2569

วันที่ 17 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

ผศ.พญ.สุมิตษิ์ตรา ปิยะณัตดิ์พูล รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมด้วย นายแพทย์ธฤต แตระกุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาบริการทางการแพทย์ เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2569 (World Blood Donor Day 2026) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาและสำรองโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ณ บริเวณชั้น 1 อาคารทศมินทราธิราช โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569

ผศ.พญ.สุมิตษิ์ตรา ปิยะณัตดิ์พูล รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมด้วย นายแพทย์ธฤต แตระกุล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาบริการทางการแพทย์ เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2569 (World Blood Donor Day 2026) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาและสำรองโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ณ บริเวณชั้น 1 อาคารทศมินทราธิราช โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569

วันที่ 18 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

นายแพทย์ธิติ อึ้งอารี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเครือข่ายการรับบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการรับบริจาคอวัยวะและดวงตา ตลอดจนการปลูกถ่ายอวัยวะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้ นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงความสำคัญของการจัดโครงการ โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม และนายแพทย์ภิญโญ ศุภรัตนชาติพันธ์ ประธาน Service Plan สาขารับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 เป็นผู้กล่าวรายงาน ทั้งนี้ นายแพทย์วิสิษฐ์ วิจิตรโกสุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี

นายแพทย์ธิติ อึ้งอารี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเครือข่ายการรับบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการรับบริจาคอวัยวะและดวงตา ตลอดจนการปลูกถ่ายอวัยวะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้ นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงความสำคัญของการจัดโครงการ โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม และนายแพทย์ภิญโญ ศุภรัตนชาติพันธ์ ประธาน Service Plan สาขารับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 เป็นผู้กล่าวรายงาน ทั้งนี้ นายแพทย์วิสิษฐ์ วิจิตรโกสุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี

นายแพทย์ธิติ อึ้งอารี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเครือข่ายการรับบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการรับบริจาคอวัยวะและดวงตา ตลอดจนการปลูกถ่ายอวัยวะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการนี้ นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงความสำคัญของการจัดโครงการ โดยมี นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม และนายแพทย์ภิญโญ ศุภรัตนชาติพันธ์ ประธาน Service Plan สาขารับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เขตสุขภาพที่ 8 เป็นผู้กล่าวรายงาน ทั้งนี้ นายแพทย์วิสิษฐ์ วิจิตรโกสุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี

วันที่ 18 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

พว.ชุลีรัตน์  ทรงธรรม  รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นายศิริเดช  ผ่านจังหาร รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาลบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ พร้อมด้วยพร้อมด้วย แพทย์  พยาบาลและ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) โดยมี แพทย์หญิงธารทิพย์ ผลวัฒนา ประธานคณะดำเนินงาน GECC เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี

พว.ชุลีรัตน์ ทรงธรรม รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล นายศิริเดช ผ่านจังหาร รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล โรงพยาลบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ พร้อมด้วยพร้อมด้วย แพทย์ พยาบาลและ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) โดยมี แพทย์หญิงธารทิพย์ ผลวัฒนา ประธานคณะดำเนินงาน GECC เข้าร่วมการประชุม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี

วันที่ 18 มิ.ย. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ