ข่าวเด่นประเด็นร้อน

รู้ทัน "มะเร็งต่อมน้ำเหลือง" รู้ไว โอกาสหายขาดสูง


วันที่ 14 ก.ย. 2569

เช็กสัญญาณเตือน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ต่อมโตไม่เจ็บ มีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ? ทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยง ชนิดของโรค และเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ เพื่อปกป้องสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้เร็ว รักษาทัน มีโอกาสหายขาดได้
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ต่อมน้ำเหลือง มีรูปร่างคล้ายเม็ดถั่วขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร พบได้ทั่วทั้งร่างกายภายในมีเม็ดเลือดขาวปริมาณมาก ทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกัน คอยต่อสู้และปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด “ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte)” เมื่อเซลล์ลิมโฟไซต์เกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติและไม่สามารถควบคุมได้ เซลล์เหล่านี้จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนกลายเป็นมะเร็ง มะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังสามารถเกิดหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้ เช่น ม้าม ตับ และไขกระดูก รวมถึงอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย และในบางกรณีอาจแพร่กระจายไปถึงสมองหรือน้ำไขสันหลังได้ ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่พบว่ามีความเกี่ยวข้อง ได้แก่ การสัมผัสสารเคมีบางชนิดโดยตรง หรือสารเคมีในอุตสาหกรรมบางประเภท การมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วย HIV/AIDS ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน โรคภูมิคุ้มกันต้านตนเอง (SLE) ติดเชื้อไวรัสบางชนิด อาทิ HIV, EBV, ไวรัสตับอักเสบซี และติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น Helicobacter pylori หรือได้รับรังสีในจำนวนที่มากเกินไป

เรืออากาศเอกนายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่มีสัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ ได้แก่ มีก้อนต่อมน้ำเหลืองโต ที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ ไม่เจ็บและไม่ยุบหาย มีไข้เรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์โดยหาสาเหตุไม่ได้ เหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน เบื่ออาหารน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเฉพาะที่ที่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองโตในบริเวณนั้น ๆ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ปวดแน่นท้อง ท้องอืด ชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin Lymphoma) ผู้ป่วยมักมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอและช่องอก และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma) พบได้มากกว่า และแบ่งย่อยออกได้อีกประมาณ 30 ชนิด ซึ่งแบ่งย่อยตามลักษณะการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็น 2 แบบ คือ ชนิดโตช้าและชนิดโตเร็ว โดยชนิดโตช้า การแบ่งตัวและแพร่กระจายค่อนข้างช้า ไม่รุนแรงแต่เรื้อรัง จึงรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้ไม่จำเป็นต้องได้รับยาเคมีบำบัดทุกคน ส่วนชนิดโตเร็วต้องได้รับการรักษาทันที หากไม่รักษาผู้ป่วย อาจเสียชีวิตใน 6 เดือน ถึง 1 ปี แต่ถ้าได้รับการรักษาทันท่วงที มีโอกาสหายขาดจากโรคได้มาก แม้จะอยู่ในระยะไหนก็ตาม

แพทย์หญิงชนิกา มหาธำรงชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์โรคเลือด สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง สามารถทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา หรือตรวจจากเลือดเพื่อหาเซลล์มะเร็งในมะเร็ง
ต่อมน้ำเหลืองบางชนิด นอกจากนี้แพทย์ต้องทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ รวมถึงการเจาะไขกระดูกตรวจ เพื่อบ่งบอกระยะของโรค (ระยะ 1-4) การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ได้แก่ การเฝ้าติดตามอาการโดยยังไม่จำเป็นต้องได้รับยาเคมีบำบัด ในกรณีผู้ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโตช้าโดยการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือตรวจทางรังสีเป็นระยะ ๆ ตามความเหมาะสม การให้ยาเคมีบำบัด ยาจะออกฤทธิ์ไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยไปรบกวนการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง อาจรักษาร่วมกับยามุ่งเป้าที่มีฤทธิ์ในการจับกับโปรตีนบนผิวของเซลล์มะเร็ง และทำลายเซลล์มะเร็งได้ การฉายรังสี คือการรักษาด้วยรังสีปริมาณสูง เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือการปลูกถ่ายไขกระดูก แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ การปลูกถ่ายโดยอาศัยเซลล์ของผู้บริจาคทั้งจากญาติพี่น้องหรือผู้บริจาคที่เข้ากันได้ หรือการปลูกถ่ายโดยอาศัยเซลล์ของผู้ป่วยเอง เพื่อเพิ่มระยะเวลาควบคุมให้โรคสงบ ลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้ และการรักษาใหม่สำหรับโรคที่กลับเป็นซ้ำหรือดื้อต่อยาเคมีบำบัด ด้วยการใช้เซลล์บำบัด (CAR-T Cell Therapy) คือการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาดัดแปลงพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการ เพื่อติดอาวุธให้เซลล์กลับไปค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ดื้อยาหรือกลับมาเป็นซ้ำ เป็นซึ่งยังอยู่ในช่วงการศึกษาวิจัยในประเทศไทย

สุดท้ายนี้ เราสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการหมั่นสังเกตตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไข้ไม่ทราบสาเหตุนานเกิน 2 สัปดาห์ มีก้อนตามตัว เบื่ออาหารน้ำหนักลด ให้รีบไปพบแพทย์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง รับประทานอาหารสุก สะอาด หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง
#มะเร็งต่อมน้ำเหลือง #กรมการแพทย์ #สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
.................................
- ขอขอบคุณ -
14 กันยายน 2569


QR CODE