ข่าวเด่นประเด็นร้อน

โรงพยาบาลราชวิถี ชวนรู้จักโรค Acromegaly ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติ สังเกตอาการให้ทันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน


วันที่ 25 ต.ค. 2569

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เผย โรค Acromegaly (อะโครเมกาลี) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone: GH) มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงบริเวณต่อมใต้สมอง ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนบางส่วนขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดี กรมการแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary adenoma) ซึ่งเป็นต่อมขนาดเล็กบริเวณฐานสมอง ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมน การเจริญเติบโต เมื่อมีการหลั่ง GH มากเกินไป จะกระตุ้นให้ตับและเนื้อเยื่อสร้างฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่อเจริญเติบโตมากผิดปกติ โรคนี้มักพบในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะวัยกลางคน หากมีฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติก่อนกระดูกปิดในวัยเด็ก อาจทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า Gigantism หรือ ภาวะร่างยักษ์
อาการของโรค Acromegaly มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดอาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ จากภาพถ่ายเก่าหรือการเปรียบเทียบรูปร่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยอาการที่พบได้ ได้แก่ มือและเท้าใหญ่ขึ้น แหวนที่เคยใส่ได้เริ่มคับ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ใบหน้าเปลี่ยนแปลง กระดูกคิ้วและขากรรไกรล่างเด่นชัดขึ้น จมูกและริมฝีปากหนาขึ้น ช่องว่างระหว่างฟันอาจเพิ่มขึ้น ผิวหนังเปลี่ยนแปลง ผิวหนา หยาบหรือมันขึ้น เหงื่อออกมาก และอาจมีกลิ่นตัวเพิ่มขึ้น อาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการชามือจากเส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ความผิดปกติระหว่างนอนหลับ กรนมากหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการจากเนื้องอกต่อมใต้สมอง ปวดศีรษะ การมองเห็นผิดปกติ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนผิดปกติ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน จึงไม่สามารถใช้ลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคได้
แพทย์หญิงนวพร นภาทิวาอำนวย นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ และหัวหน้างานโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติม โรค Acromegaly หากไม่ได้รับการรักษา ระดับฮอร์โมนที่สูงต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ระบบเผาผลาญ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคเบาหวานชนิดที่ ระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กระดูกและข้อต่อ อาจเกิดข้อเสื่อม ปวดข้อ และข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ระบบประสาทและการมองเห็น เนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ อาจกดเบียดเส้นประสาทหรือโครงสร้างใกล้เคียง ทำให้ปวดศีรษะหรือการมองเห็นผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลควบคู่ไปกับการรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน การวินิจฉัยและการรักษา แพทย์จะประเมินจากอาการร่วมกับการตรวจระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะ IGF-1 ในเลือด และอาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการทดสอบระดับ GH รวมถึงการตรวจภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) บริเวณต่อมใต้สมองตามข้อบ่งชี้ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ได้แก่ การผ่าตัดเนื้องอก การใช้ยาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมน และการฉายรังสีในผู้ป่วยบางราย หากไม่ได้รับการรักษา โรค Acromegaly อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะมือและเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากพบความผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกและการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว
**************************************
#กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี # โรค Acromegaly | ขอขอบคุณ |25 ตุลาคม 2569


QR CODE