02 พ.ย. 2569
กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนประชาชน
ให้ระมัดระวังการบริโภคอาหารและขนมที่มีส่วนผสมของกัญชา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา ไม่มีฉลาก
ที่ถูกต้อง หรือไม่ระบุปริมาณสาร THC อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมอง ระบบประสาท หัวใจ และสุขภาพจิต พร้อมเตือนว่า การใช้กัญชา โดยเฉพาะการใช้บ่อยหรือเริ่มใช้ตั้งแต่อายุน้อย มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่เพิ่มขึ้น โดยเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กัญชามีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล(Tetrahydrocannabinol: THC) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท การบริโภคอาหารและขนมผสมกัญชา เช่น เยลลี่ ลูกอม หรือช็อกโกแลต อาจทำให้ได้รับสาร THC มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารจะเริ่มออกฤทธิ์หลังรับประทานประมาณ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง และอาจมีฤทธิ์ต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง ทำให้บางรายรับประทานซ้ำก่อนสารออกฤทธิ์ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ ง่วงซึม สับสน ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล หวาดระแวง หรือประสาทหลอน หากได้รับในปริมาณมากอาจเกิดอาการรุนแรง เช่น ชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะพิษจากกัญชารุนแรง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารผสมกัญชาที่ผลิตเพื่อจำหน่ายต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย การอนุญาต และการแสดงฉลากของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ส่วนช่อดอกกัญชาจัดเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 และเป็นส่วนของพืชที่ห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2564 โดยการจ่ายเพื่อการรักษาต้องมีใบสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ขณะที่สารสกัดกัญชาที่มี THC เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีข้อกำหนดควบคุมการใช้และการจำหน่ายเป็นการเฉพาะ
นายแพทย์ธิติ ดวงสร้อยทอง รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สาร THC ในกัญชาส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะด้านความจำ สมาธิ การเรียนรู้ การตัดสินใจ และการควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล หวาดระแวง และประสาทหลอน มีหลักฐานทางวิชาการพบว่าการใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจิตเภทที่สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มใช้กัญชาตั้งแต่อายุน้อย ใช้เป็นประจำ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ความเข้มข้นสูง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้กัญชาทุกคนจะเป็นโรคจิตเภท อีกทั้งการได้รับสาร THC ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดภาวะพิษเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งอาจมีอาการซึมมาก ชัก หรือหมดสติจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคขนมที่ไม่ทราบส่วนประกอบ ตรวจสอบฉลากและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ก่อนบริโภค รวมทั้ง เก็บผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ในภาชนะปิดมิดชิดและเก็บไว้ในที่ที่เด็กไม่สามารถเข้าถึง โดยผู้ปกครองควรให้ความรู้แก่บุตรหลานเกี่ยวกับอันตรายของกัญชา หากสงสัยว่าได้รับพิษจากกัญชา ควรรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะเด็กเล็ก แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง เนื่องจากภาวะพิษจากกัญชาที่รับประทานอาจแสดงอาการล่าช้าหลังได้รับสาร หากมีอาการชัก หมดสติ หรือหายใจผิดปกติ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th
*************************************************
#กรมการแพทย์ #สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี #สบยช. #ยาเสพติด #กัญชา
-ขอขอบคุณ-2 พฤศจิกาบน 2569